หลังจากงานยุ่งบวกขี้เกียจ ก็ได้มีเวลามา up เรื่องนี้ซะที
เพราะมีแฟนๆ กริ๊งกร๊างมาเรียกร้องอยากจะรู้เรื่องราวต่อไปกันเหลือเกิน
งั้นมาต่อกันเลย
******
งานเริ่มดำเนินไปตามปกติ แขกเริ่มมากขึ้น หน้าที่รับผิดชอบของบุรุษเดินโต๊ะ จะต้องเพิ่มขึ้นมาเป็นการช่วยถือของชำร่วย ตามบ่าวสาวไปไหว้แขกตามโต๊ะด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ถนัดและช่ำชองไปแล้วหลังจากผ่านงานแต่งงานมาหลายครั้ง
แต่…ครั้งนี้บุคลากรของเรามีน้อยเป็นอย่างมาก คุณไก่ซึ่งไม่ต้องถ่ายภาพแล้วจึงต้องลงมาช่วยด้วย ส่วนบุรุษคอมมอนเรลที่ดวงตาแดงก่ำ จากฤทธิ์สุราและการโม้เมื่อช่วงบ่าย ดูจะไม่เหมาะกับการไปพบแขกนัก จึงมีหน้าที่ประจำการเฝ้าโต๊ะบัญชาการไว้ หนุ่มๆของเราเดินตามถือของชำร่วยกันอย่างเหนื่อยแรง สังเกตได้จากเหงื่อที่ผุดขึ้นบนหัวเถิกของคุณปั๊ม
เวลาเกือบ 19.30 เดี๊ยนได้รับข่าวอันน่าตกใจว่า ขบวนที่จะออกเดินทางไปกับเราในคืนนี้ จะต้องมีรถของโต๊ะจีนที่มาจากหาดใหญ่ร่วมไปด้วย โอ้..แม่เจ้า นั่นก็หมายความว่า เราจะต้องรอจนโต๊ะจีนออกอาหารจนหมด และเก็บกวาดข้าวของล้างภาชนะ เพื่อที่จะออกไปพร้อมกับเรา ซึ่ง..ไม่น่าจะเป็นเวลาอันใกล้นี้ ชาวคณะจึงต้องร่วมถกประเด็นกันอีกครั้ง ว่าถ้าใครอยากกลับไปก่อนรถตำรวจ191 ที่จะมานำขบวน ก็สามารถไปได้เลย
แต่..ฮ่าๆๆๆ ใครจะกล้าไปล่ะคะท่าน เอาเป็นว่ารวมกันเราอยู่ก็แล้วกัน สิ่งที่จะทำได้ดีที่สุดก็คือภาวนาให้แขกรีบๆกินอาหารกันให้เสร็จเร็วๆก็แล้วกัน
เดี๊ยน จึงสาระแนไปเร่งคิวบนเวที ให้รีบกล่าว รีบอวยพร รีบขอบคุณกันซะ จะได้รีบเก็บโต๊ะกันซะที
แต่การเร่งรัดนี้ ก็ดูช่างสวนทางกับการ speed ดื่มกินของแขกทั้งหลายที่เป็นคนในพื้นที่ ซึ่งมาร่วมละเลียดสุราแสดงความยินดีกับดาบเหลียวที่ได้ลูกเขยซะที
บรรยากาศชักเริ่มมาคุ เมื่อเวลาเกือบ 20.30 ชาวเราซึ่งเริ่มนั่งกันไม่ติด เพราะคอยสอดส่องบอกพนักงานให้ช่วยเก็บโต๊ะ ซึ่งระหว่างที่เดินไปเดินมาในแต่ละโต๊ะ เดี๊ยนต้องคอยหลบปืนเอ็ม16 ที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารของพวกท่านเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนพ่อเจ้าสาวที่มาร่วมงานไปด้วย
ในช่วงแรกๆที่เห็นตำรวจพกอาวุธ(สงคราม)เข้ามาก็ยังแอบเม้ากันคิกคัก และคอยอยู่ห่างๆปินไว้
แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้วค่ะ ต้องไปเดินดูตามโต๊ะ เดี๊ยนร่อนไปทั่วงาน …ปงปืน กูไม่สนแล้ว
พวกพนักงานโต๊ะจีนที่มีจำนวนไม่มากนัก ก็เร่งทำงานกันอย่างสุดชีวิต (เดี๊ยนว่าปกติ พนักงานโต๊ะจีน น่าจะมีมากกว่านี้นะ แต่คิดว่าที่มากันนี่ ก็คงจะคัดเลือกที่ใจเด็ดเท่านั้น)
เวลาเกือบ21 .00 พี่สาวคุณแต๋ ได้แจ้งว่า ได้เตรียมจาน/ช้อน/แก้ว จากที่บ้านมาเพื่อถ่ายเทของจากบนโต๊ะแขก มาด้วย (เริ่ด!มากๆเลยค่ะ แผนนี้) เมื่อรู้ดังนั้น ปฎิบัติการเฉพาะกิจจึงได้เกิดขึ้น
เราระดมกำลังที่หาได้ทั้งหมดประมาณ 10 กว่าคน (ซึ่งรวมทั้งแขกที่เป็นลูกค้าปัตตาเวีย เช่น อาร์ท เอี้ยง โบ้ และเพื่อนๆ) มาร่วมปฎิบัติการเปลี่ยนจานอาหารบนโต๊ะแขกที่เหลืออยู่เกือบ10โต๊ะ หลังจากประชุมแจ้งหน้าที่กับทุกคนแล้ว เราก็เริ่มลงมือ
ภารกิจเปลี่ยนจานร้านโต๊ะจีน ปฎิบัติการของเราคือดังนี้
-ยกจานไปประมาณ10 ใบต่อโต๊ะ พร้อมช้อน
-นำไปวางที่โต๊ะว่าง ติดกับจุดที่แขกนั่งอยู่
-กล่าวขออนุญาต และยกจานกับข้าว ข้ามหัวแขก มาเทใส่จานเปล่าที่เตรียมไว้ในโต๊ะใหม่
-กล่าวเชิญให้แขกลุกจากโต๊ะเดิม มาสู่โต๊ะใหม่ พร้อมถือแก้วของตัวเองมาด้วย
-เมื่อแขกมานั่งที่โต๊ะใหม่ จึงคว้าหมับไปที่แก้วของแขก และเทน้ำใดๆ(เหล้า / โค้ก / น้ำเปล่า) ใส่ลงในแก้วใหม่แล้ววางไว้ตรงหน้าแขก
-กล่าวเชิญแขกรับประทานอาหาร และดื่มต่อไปให้มีความสุข
-พนักงานโต๊ะจีน เข้าเคลียร์พื้นที่โต๊ะเก่าอย่างรวดเร็ว
เราปฎิบัติการกันในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งเดี๊ยนคิดว่าไม่น่าจะเกิน8นาที และเราได้ค้นพบว่า บุคคลซึ่งสามารถยกปลาราดพริกจากจานเปลขนาดใหญ่มาไว้บนจานกินข้าวขนาดปกติได้อย่างเรียบร้อย คือน้องตา และบุคคลที่สามารถยกข้าวห่อไปบัวที่ถูกผ่าเป็น4แฉก ด้วยมือเปล่า ได้อย่างสวยงามและรวดเร็วคือน้องมดช่างภาพ
ขณะที่พักเหนื่อยและชื่นชมกับภารกิจที่ลุล่วงอยู่นั้น เราก็ได้ค้นพบว่า เรายังไม่สามารถ ถ่ายเท ของอีกสิ่งหนึ่งได้ เพราะไม่ได้เตรียมภาชนะมา นั่นคือสิ่งที่สำคัญของคอเหล้าทั้งหลาย
…น้ำแข็งนั่นเอง
คนไทยต้องกินข้าวฉันท์ใด คอเหล้าเช่นกันก็ควรทราบว่า เหล้าต้องกินกับน้ำแข็งฉันท์นั้น
ข้อสรุปคือว่า ให้พนักงานนับถังน้ำแข็งทิ้งไว้ให้แต่ละโต๊ะ แล้วจะจ่ายเงินสดให้ถังละ10 บาท หลังจากนี้ ก็เชิญทุกท่านดื่มเหล้ากันต่อตามอัธยาศัย
และแล้วก็ถึงเวลาที่พวกเรารอคอย
กลับมายืนลุ้นให้คุณโต๊ะจีนจัดของขึ้นรถกันให้เสร็จไวๆ ขบวนสงขลานั้นพร้อมตั้งแต่ 2ทุ่มแล้ว เดี๊ยนเกรงพ่อแม่เจ้าบ่าว จะเบื่อและเครียด จึงได้ส่งคุณไก่เม้าท์แตกพร้อมคุณโจไปเม้าท์กับท่าน ระหว่างรอแก้เซ็งไปก่อน
ขณะนั้นเองเดี๊ยนได้ยินเสียงบุรุษคอมมอนเรล เรียกเดี๊ยน
“ มึงไปเคลียร์ ตรงนั้นหน่อยไป “
รู้มั๊ยคะสิ่งที่เดี๊ยนต้องไปทำคือ ไปเข้าแทรกแซงภาวะในครอบครัวของเค้าค่ะ ใช่แล้ว พ่อ-แม่ เจ้าสาว และญาติกำลังถกเถียงกัน เรื่องจะให้ไปบอกรถ191 ว่าเราจะพร้อมแล้ว (ในขณะที่จริงๆรถโต๊ะจีนยังไม่พร้อมเลย)
เดี๊ยนจึงสาระแนสรุปให้ว่า จะไปดูว่ารถโต๊ะจีนเสร็จยัง และจะไปบอกคุณตำรวจนำขบวนให้เอง พูดเสร็จเดี๊ยนรีบดึงแขนบุรุษคอมมอนเรลไปโดยไม่ฟังคำตอบจากครอบครัวเจ้าสาวอีกแล้ว
ระหว่างที่เรา2คน เดินย่องไปดูโต๊ะจีนทางด้านหลังหอประชุม เราได้พบว่า มิใช่มีแต่ตำรวจเอ็ม16 ที่เอ็นจอยงานเลี้ยงอยู่ข้างในเท่านั้น แต่ยังมีตำรวจและทหารสะพายปืนหลากหลายขนาดอีกหลายนายในรอบๆบริเวณนั้น (ระบุสังกัดและขนาดปืนไม่ได้)
เพราะเดี๊ยนเห็นแค่จากแสงวาบๆของบุหรี่จากเงาตะคุ่มๆในความมืด ….ไม่น่าจะต่ำกว่า 20 นาย
โอ๋ยยย… อีโต๊ะจีน เมื่อไหร่มึงจะเก็บเสร็จซะทีวะ!!!
เมื่อทุกฝ่ายพร้อม จัดแจงแบ่งสมาชิกไปนั่งตามรถแต่ละคันได้แล้ว รถที่พร้อมก็เริ่มไปตั้งขบวน เดี๊ยนรีบไปบอก สมาชิกของรถที่จะไปจ.ตรัง ว่าให้ไปตั้งขบวนได้แล้ว เท่านั้นละค่ะ เดี๊ยนได้ยินเสียง(ภาษาถิ่น) มาว่า
“เร็วๆขึ้นรถ เร็ว เดี๋ยวก็ได้ไปอยู่เป็นคันสุดท้ายหรอก” และภาพตรงหน้าเดี๊ยนก็คือ คุณป้าๆทั้งหลายรีบดันตูดเข้ารถตู้กันใหญ่เลย
เดี๊ยนอยากจะขำก็ไม่กล้า กลัวโดนถีบ!
เกือบ 4 ทุ่ม ขบวนรถก็มาจอดเรียงหนึ่งกันอย่างสงบบนถนนหน้าโรงเรียนยาวไปถึงหน้าตลาด
เมืองสายบุรีเงียบกริบ บ้านต่างๆปิดประตูเงียบ มีร้านขายของชำร่นเดียวที่ยังเปิดอยู่
รถ191 วิ่ง เลนขวาไปเพื่อไปอยู่หน้าขบวน
เดี๊ยนเข้าไปนั่งในรถคุณพี่แมวอย่างสงบ ทั้งๆที่อยากจะออกไปช่วยดูความเรียบร้อยตามนิสัยความเสือกของเดี๊ยนใจจะขาด แต่นี่มันคงเกินความสามารถของเดี๊ยนแล้วในสถานการณ์อย่างนี้
ถึงแม้เดี๊ยนจะเคยกล้าหาญเอาไมค์ของท่านนายกฯทักกี้ไปแอบในงานปีใหม่ข้ามโลกมาแล้ว แต่งานนี้เดี๊ยนจบหน้าที่แค่นี้ดีกว่า คุณพ่อแม่เจ้าสาว เดินจูงมือกันออกมาโบกมือ บ๊ายบายให้กับขบวนรถ เป็นภาพที่น่าประทับใจ บนใจที่เต้นโครมครามเป็นอย่างยิ่ง
ขบวนรถเกือบ10คัน วิ่งตามกันมา ออกจากเมืองสายบุรี
แต่…คุณทั้งหลาย ..อีรถโต๊ะจีนค่ะ มันวิ่งแซงเลนขวาปรู๊ดไปอยู่หน้าสุด หลังรถตำรวจเลยค่ะ แหม…ดู๊..ดู มันทำ
รถวิ่งตามกันออกมาอย่างเป็นระเบียบ ในรถคันเรากลบความหวาดกลัวด้วยการร่วมร้องเพลงใน
อัลบั้มแฟนฉันกับน้องพิม
รถออกจากเมืองสายบุรีมาได้ไม่นาน ผ่านถนนที่สองข้างทางเป็นป่าด้วยความระทึกใจ เมื่อเข้าสู่ถนนใหญ่ได้ไม่นาน ท่านผู้ชมคะ รถตำรวจ191 ที่นำหน้า ได้ชะลอความเร็วซะงั้น เอ๊ะ..รึว่า..
..ใช่แล้วค่ะ รถตำรวจมาส่งเราแค่ตลาดปาลัส โอ้..แม่เจ้า มาส่งแค่นี้เนี่ยนะ ยังเหลือระยะทางอีกตั้งไกลกว่าจะถึงเมืองตานี เท่านั้นแหล่ะค่ะ พอไม่มีรถนำขบวนแล้ว รถทุกคันต่างห้อตะบึงเหยียบแซงกัน วินาทีนี้คงไม่มีใครอยากจะรั้งท้ายแน่ๆ
แล้วเราก็มาถึงปัตตาเวียอย่างปลอดภัย ตั้งวงอีกแล้วค่ะ เพื่อปลอบใจจากความเหนื่อยและความระทึกขวัญตลอดทั้งวันนี้ และคืนนั้นวงเหล้าก็ได้ต้อนรับบุรุษในเครื่องแบบผู้นั้น ที่มาพร้อมฉายาใหม่ว่าตุ๊ด..(เพราะไม่กล้าไปร่วมงานที่สายบุรี)
คืนนั้นเดี๊ยนสลบไสล ไปตอนกี่ยามก็ไม่ทราบ จำได้ว่า ตอนเช้าเปิดประตูเข้าไปในห้องหอน้องมดที่ยกห้องให้บรรดาชายโฉดทั้งหลาย ก็ต้องตะลึงกับกลิ่นยังกะไหของดองแตก
คุณโจรกับคุณไก่นั้นเดินทางกลับไปเสียแล้ว เพราะต้องไปร่วมงานแต่งงานไฮโซอีกงานหนึ่งที่กทม. กำหนดการในวันนี้ คือ เราจะเดินทางไปยังจังหวัดสงขลา เพื่อร่วมงานแต่งของบ่าวสาวคู่เดิม ครอบครัวคุณตำรวจรับอาสาไปรับคุณติ๊ก คุณเอ๋ คุณอูฐ และคุณเอ็กซ์ที่สนามบินหาดใหญ่
ที่จังหวัดสงขลา
เดี๊ยนกับคุณมดและคุณน้องตา ไปนวดแผนโบราณกันที่โรงบาลสงขลา แต่แล้วเดี๊ยนก็ได้ความรู้ใหม่ว่า คุณน้องมดซึ่งตั้งครรภ์นั้น ไม่สามารถนวดได้ แม้แต่นวดเท้า เพราะอาจเป็นอันตรายได้
หลังจากโดนนวดยาหม่องวูบวาบไปทั้งตัว เดี๊ยนรีบจับมอไซค์ ไปยังร้านเสริมสวยที่คุณเจ้าสาวอยู่ทันที
โอ้…ไม่ ภาพที่เดี๊ยนเห็น คือคุณเจ้าสาวที่ได้กำชับให้แต่งหน้าแบบอ่อนใสตามคอนเซ็ป ถูกแต่งแต้มด้วยขนตาปลอมราวกับนางโชว์กระเทยก็ไม่ปาน เดี๊ยนชักเห็นเค้าความหายนะแล้ว คุณแต๋ซึ่งเพิ่งส่องกระจกเห็นตัวเอง เริ่มหน้างอด้วยความไม่พอใจ เดี๊ยนจึงต้องต่อสู้กับกระเทยทั้งหลาย แก้ไขไปหลายรอบ จึงได้มาในแบบใกล้เคียงกับที่ต้องการในเวลาเกือบจะ 6โมงเย็น
บรรยากาศงานเลี้ยงริมสระว่ายน้ำของโรงแรม เป็นไปแบบสบายๆ เมื่อเจ้าบ่าวสามารถเป็นพิธีกรได้เอง (หลายคนอาจจะตกใจ แต่ขอบอกว่าคุณเป้งนั้น เค้าเป็นพิธีกรงานที่บริษัทอยู่บ่อยๆเชียวนะคะ) คืนนั้นเราได้เจอเพื่อนๆเก่าสมัยมัธยมอีกหลายคน เช่นหมอแอ๊ะ สูตินารีแพทย์ ซึ่งเกือบถูกคุณติ๊กบังคับให้ตรวจภายในตรงนั้น
คุณเป้า คุณพยาบาลตู่ที่มาพร้อมสามีและลูกสาวที่น่ารัก คุณพี่ยศและครอบครัว นอกนั้นก็เป็นชาวออฟฟิศเจ้าบ่าว ซึ่งล้วนเป็นชายหนุ่มกลัดมันทั้งโสดและไม่โสด
ซึ่งคอยจับจ้องพวกเราสาวๆตลอดเวลา
หลังจบงานเลี้ยง เราต่างเกิดความรู้สึกเดียวกันว่า หิวมากกกกก จึงได้ไปดื่มกันต่อที่ร้านล้านลาบ ตอนไปถึงนั้นครัวเค้าปิดแล้ว แต่เดี๊ยนใช้ความตอแหลไปสั่งอาหารได้มาเต็มโต๊ะ ยัดกันเข้าไปจนเหล้าแทบไม่ได้กิน
และแล้ววงไพ่งานแต่งก็กลับมาอีกครั้ง (ปกติเค้ามีแต่วงไพ่งานศพใช่มั๊ยวะ) คราวนี้หรูมากเพราะเล่นกันในห้องสวีทของโรงแรมใหม่เอี่ยมริมหาดสมิหลาเชียว คืนนี้คุณปุ๊กกี้ซึ่งสดชื่นจากการไปทำรีบอนดิ้ง และพักผ่อนเต็มที่มากๆ ออกอาการดี๊ด๊าเหมือนเดิม
วงไพ่คราวนี้ไม่มีการแทงบาท2บาทแล้ว เพราะแว่วๆว่ามีหลายคนหมายมั่นปั้นมือ จะหาเงินเป็นค่าตั๋วเครื่องบินซะงั้น วงไพ่เลิกไปเกือบตี3 เนื่องจากบุรุษคอมมอนเรลผู้นั้น(อีกแล้ว)ปล่อยแบงค์ร้อยผีสิง เข้ามาในวง ทำให้ผู้ได้ได้ครอบครองต้องซวยเสียค่าเด้งกันไป
ตอนเช้าหลายคนเริ่มปฎิบัติภารกิจตามอัธยาศัย (ช้อปปิ้ง) และเดี๊ยนก็วุ่นวายทำโน่นทำนี่ จนรู้สึกตัวอีกครั้ง เมื่อพบว่าตัวเองกำลังวิ่งข้ามถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ทางแยกเข้าสนามบินหาดใหญ่ เพื่อมาขึ้นรถที่คุณเป้งติดเครื่องรออยู่อีกฝั่งในเวลา 17.48 เพื่อไปขึ้นไฟล์ 18.00 ให้ทัน(หลังจากที่ให้คุณแต๋ ไปเช็คอินและโหลดกระเป๋าเดี๊ยนเข้าเครื่องไปแล้ว)
โชคดีเป็นของเดี๊ยน(อีแล้น)เพราะไม่ต้องวิ่งตับแล่บไปเข้าgate เหมือนหลายๆครั้งในชีวิต
เนื่องจากไฟล์นั้นมีบรรดาท่านรัฐมนตรีเดินทางด้วย จึงล่าช้าจากกำหนดไปเล็กน้อย เดี๊ยนหลับยาวจนถึงบางกอก และพบว่าตัวเองต้องกลับมานอนกลางวัน เป็นเวลา 2-3 ชม.ต่อวัน ร่างกายจึงจะฟื้นคืนสภาพ และไปแร่ดได้เหมือนเดิม
****เรื่องราวที่ถูกบันทึกนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งยังมีอีกหลายส่วนที่มิอาจเปิดเผยได้ แต่จะเผยแพร่ในทางลับ (เม้าท์ตัวต่อตัว)
****ชื่อทั้งหลายที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ เป็นชื่อสมมติ หากไปพ้องกับท่านใดเข้า ก็ต้องขออภัย
****การนำเรื่องบันทึกนี้นี้ไปเผยแพร่สู่ผู้อื่น เป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ แต่ควรพิจารณา เนื่องจากมีคำไม่แหมาะสมเช่น มึง / กู / etc.
****ต้องขออภัยหากมิได้เอ่ยชื่อ เพื่อนบางคน เพราะสติสัมปชัญญะ ของเดี๊ยนในบางช่วงอาจเลอะเลือนและ error / แฮ้งค์กระเทย /แฮ้งค์ยาหม่อง
****นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนจะแต่งงาน บางครั้งมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ขอให้ผู้ที่กำลังจะแต่งงานได้โปรดพิจารณา
****สุดท้ายนี้ เดี๊ยนขออุทิศเรื่องราวในบันทึกนี้ ให้กับคุณบิ๊ก ซึ่งไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แม้จะได้เจอเพื่อนๆนานๆครั้ง แต่คุณบิ๊ก ก็ยังคง..เอี้ยย เหมือนเดิม เสมอต้นเสมอปลาย
ปล. งานเขียนชิ้นนี้ จนถึงบรรทัดด้านบน เขียนขึ้นหลังจากงานนั้น 1 สัปดาห์ และการนำมาเผยแพร่นี้
ได้ตัดทอนคำที่ไม่แหมาะสมออกไปบ้าง เพื่อการสื่อสารในวงกว้าง ขอบคุณที่ติดตาม
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
1 ความคิดเห็น:
ในที่สุดก็เสร็จสมอารมณ์หมายซะที ได้แต่งกันสมใจไปสองรอบ ลุ้นกะคนไปงานด้วยจริงๆ เมื่อไหร่จะเป็นตาเรามั่งอ่ะนะ
แสดงความคิดเห็น