สวัสดีทุกคน
นี่ก็อยู่พนมเปญมาได้ 5วันแล้วค่าาาาา
หลังจากที่ทำงาน 2 วัน หยุด 1 วัน ทำงาน 1 วัน แล้วหยุดอีก 2 วัน
เนื่องจากช่วงนี้เป็นวันหยุดของชาวขแมร์นคร ในเทศกาลวันสารท(ไม่ใช่วันสาทร)
จึงทำให้ร้านรวงส่วนใหญ่ปิดทำการไปมาก
ที่เปิดอยู่ก็เป็นร้านแถวๆโซนนักท่องเที่ยว
ริมน้ำ แถวหน้าพระราชวัง ที่เรียกว่า โตนเลจตุมุก (โตนเล หมายถึงแม่น้ำ จตุมุก คือ 4สายมารวมกัน อลังการงานสร้างทีเดียว)
เมื่อคืนวันศุกร์ไปกินข้าวที่ร้านอาหารไทย ที่เคยไปกินเมื่อปีก่อน ตอนมา backpack เที่ยวอินโดจีน (รายละเอียดอยู่ในหนังสือชื่อ see you again *** ขายของซะงั้น)
ไปกัน 2 คนกับน้องคิงซึ่งมาทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเรื่องการ blocking นักแสดง
(น้องคิงนั้น เป็นเกย์กุ๊กกิ๊ก ที่มีรูปร่างสูงยาวถึง 185 เซ็น ขายาวเป็นนกกระยาง)
การกินอาหารคราวนี้ สองเราฟาดเรียบ สนุกสนาน เฮฮา เม้าท์ชาวบ้านกันไปเรื่อย ไม่เหงาเหมือนตอนมาคนเดียว
กินเสร็จแล้วอยากจะสำรวจ แสงสีของย่านทัวร์ริสต์พนมเปญ เดินไปเดินมาจนเวียนหัว
สรุปสุดท้าย ไปนั่งร้าน Metro เหมือนเดิม เพราะ 1 เปิดเพลงไม่เวียนหัว 2 สมาชิกในร้านดูดีมีระดับ 3 เครื่องดื่มราคาและรสชาติโอเค
แล้วเรียกตุ๊กตุ๊กกลับ ฝนตกพรำๆ
(ตอนหัวค่ำ เดินริมถนน เจอเงินดอลล่าห์ค่ะ ใบละ 100 เชียว เก็บมาแล้วก็ดีอกดีใจกันใหญ่ ปรากฏว่าขนาดเล็กกว่าแบงค์จริงนิดหน่อย ก็ถอดใจแล้วว่าคงเป็นแบงค์ปลอม
ตอนเช้าเอามาให้คนอื่นดู เขาว่า ไม่ใช่แบงค์ปลอม แต่เป็นประมาณแบงค์เด็กเล่น เหมือนแบงค์กาโม่มั๊ง…แป่ว..ต่ำต้อยกว่าแบงค์ปลอมอีกว่ะ!!!)
วันนี้วันเสาร์ ตื่นสาย นอนอืด นัดรถมารับตอน 11 โมง
อยู่ที่นี่ มีรถตู้ให้ใช้ 1 คัน ทุกวัน ค่าเช่า วันละ 30 USD เป็นรถตู้เบนซ์ไฮโซ เหมาะสมกับเดี๊ยนและน้องคิงเป็นอย่างมาก แถมล่ามให้อีก
จะบอกให้ว่า บางวันเราจะมีล่ามกันถึง 3 คน (เป็นคนขแมร์ทั้ง 3 )
เป็นล่ามพูดไทย 2 คน (แต่วันที่ 15 จะมี 1 คน ที่ต้องไปอยู่กับคณะที่จะมาถึงเสียมเรียบ)
และเป็นล่ามภาษาอังกฤษอีก 1 คน
เรียกได้ว่า บางทีก็งงๆ เพราะล่ามอังกฤษพูดไทยไม่ได้ ส่วนล่ามไทยก็พูดอังกฤษไม่ด๊าย
เนื่องจากงานที่เดี๊ยนจะต้องทำนั้นมีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนเป็นอย่างมาก
จึงต้องมีทีมงานอลังการเยี่ยงนี้แล
วันนี้เราจะไปช๊อปปิ้ง กันค่ะ…..เปล่า ไม่ได้จะไปซื้อของฝากอะไรใครหรอก
แต่เราจะต้องซื้อของเข้าบ้านกัน ได้แก่พวก หม้อ กะทะ ถังขยะ ไม้กวาด ไปจนถึงจานชาม และกับข้าวของสด
ในคราวแรก ที่เดี๊ยนได้ดี๊ด๊า ว่าการไปทำงานที่เสียมเรียบจะมีแม่ครัว ทำอาหารให้เราเลือกเมนูไทย หรืออาหารสุขภาพไดเอทกันได้อย่างสบาย
แต่เมื่อโชคชะตาพลิกผัน ให้เดี๊ยนต้องมาประจำการที่พนมเปญ เป็นเวลาเกือบ 4 สัปดาห์
ก่อนไปสมทบกับคณะที่เสียมเรียบ ทำให้เดี๊ยนงงงวยเล็กน้อย
ก่อนจะตั้งตัวได้ เมื่อรับประทานอาหารขแมร์ไป3-4 วัน ว่าอาจจะไม่ไหวอีกต่อไปในระยะยาวนาน
แม้ว่าจะมีรสชาติอาหารและหน้าตาคล้ายอาหารไทยอยู่มาก แต่การอยู่ในเมืองที่ไม่คุ้นเคย การนึกว่าจะกินอะไรในแต่ละมื้อ แล้วบอกให้น้องล่ามพาไป มันช่างเหนื่อยยากในการคิด
แม้ที่นี่จะมีร้านสุกี้ทั้ง MK และ โคคา รวมทั้งห้างชื่อพารากอน ที่มีแบล็คแคนย่อน ร้านแพนคอสเมติกและเครื่องสำอางBSC แต่รสชาติ (อาหารนะ ไม่ใช่เครื่องสำอาง)ก็แค่ใกล้เคียงบ้านเรา ประกอบกับจะให้เดี๊ยนบริโภคสุกี้ทุกมื้อก็คงไม่ไหว จึงตัดสินใจ ทำอาหารกินเองกันบ้างเป็นบางมื้อก็คงดี
และร้านอาหารตามเหลาหรูพวกนี้ ราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ (พอๆกะบ้านเรา)แต่จะให้กินทุกมื้อมันก็เกินไป
อยู่บ้านเรา ยังกินข้าวผัดร้านตามสั่งบ้าง ทอดไข่กินเองบ้าง ก็เฉลี่ยๆไป
แต่ร้านตามสั่งที่นี่ มักจะมาพร้อมผงชูรส โดดเด้งมาอย่างมาก
ขนาดเดี๊ยนซึ่งปกติไม่ค่อยรู้สึกมาก ยังต้องพ่ายแพ้แก่มัน
พอสั่งแบบไม่เอาผงชูรส จะได้เกลือเป็นเม็ดๆ(ไม่ละลาย)ลงไปแทน (ทั้งเค็มทั้งกรอบเลยแหล่ะค่ะคุณขา..)
วันก่อนไปสำรวจราคาของสดที่ซุปเปอร์ พบว่า คุณภาพใช้ได้ และราคาไม่สูงนัก โดยเฉพาะผัก เรียกว่าถูกเลยทีเดียว ผักบุ้งกำใหญ่ไม่รอบ ราคาไม่ถึง 10 บาทไทย
เครื่องปรุงรสต่างๆก็มีแบรนด์ไทยครบครัน ราคาก็ไม่ต่างกันมาก
เอาล่ะ…เดี๋ยวจะมาเล่าต่อ ว่าเราได้อะไรมากินกันบ้าง….
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
2 ความคิดเห็น:
อืม ของกินสำคัญที่สุด
ดีจังที่ได้ไป
แสดงความคิดเห็น