สิ้นสุดการรอคอย สำหรับงานเขียนเล่มที่ 2
1 ปี กับ 2 เดือนพอดี หลังจากเขียนเสร็จ
กว่าจะหาที่พิมพ์ได้ แทบจะถอดใจ เพราะบางทีก็งานยุ่งวุ่นวาย บางทีก็ว่างจนคิดมาก คิดเยอะไป
สำนักพิมพ์นี้น่ารักมากๆ ที่ยอมเลือกงานเขียนบ๊องๆ ที่ไม่ค่อยมีสาระอันนี้มาพิมพ์ให้
แถมยังเข้าอกเข้าใจ การอธิบายถึงข้อสงสัยบางเรื่อง
สรุปว่า จะได้ใช้เนื้อหา "ทั้งหมด" ที่เป็นออริจินัล จากเดี๊ยนจริงๆ
ทั้งจังหวะ ทั้งตอนจบ และ ชื่อเรื่อง !!!
อันนี้ดีใจมากๆเลย ไม่รู้เหมือนกันเนาะ ว่าคนที่เขีบนหนังสือคนอื่นๆ เขาจะคิดเหมือนเดี๊ยนหรือปล่าว
แต่ก็ทำให้เราต้องยิ่งทบทวน อ่านใหม่ ทบทวนๆๆๆ ด้วยตัวเอง มากยิ่งขึ้น
ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการทำหน้าปก
วางเลย์เอ้าท์หน้าไปเยอะแล้ว เหลือแต่จังหวะรูปในเล่ม
เมื่อวานเดี๊ยนไปพบที่สำนักพิมพ์มา เอาตัวอย่างแบบปก การ์ตูนที่จะใช้ คำนิยมไปให้และก็ไปคุยเม้าท์แตกเล็กน้อย
ทุกคนน่ารักมากๆ แถมยังชอบไอเดียปกและรูปการ์ตูนด้วย
เพื่อนผึ้งเขียนรูปให้เหมือนเล่มที่แล้ว(แม้จะทำงานยุ่งมาก ก็ยังเจียดเวลามาเขียนให้) แต่คราวนี้จะได้มาอยู่บนปกแล้ว เริ่ดมาก
แล้วยังได้เพื่อนโบ มาเขียนคำนิยมให้อีก (นี่ก็งานยุ่งเหมือนกัน)
ซึ้งใจมากๆ แถมยังมีกองเชียร์และแฟนคลับอีกมากมาย ที่รออ่านผลงานใหม่ (แม้จะได้อ่านต้นฉบับกันไปเกือบครึ่งเมืองแล้ว)
เสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่จะรีบกระจายข่าวทันที
ตอนนี้ค่อยๆทำ ค่อยๆทำ >>เอาให้เป๊ะ
แหม! รอมาได้ตั้งปีกว่า รออีกสักหน่อยจะเป็นไร (ปลอบใจตัวเอง)
วันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2551
วันอังคารที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2551
งานเขียนชิ้นใหม่ออกแล้ว ไปหามาเป็นเจ้าของได้
ยังๆ ยังไม่ใช่เล่มอินเดีย อันนั้นยังร้องเพลงรออยู่ สงสัยมันจะโหงวเฮ้งไม่ดี เลยไม่มีใครพิมพ์ให้ซะที
เดี๋ยวก็เปิดให้อ่านฟรี ใน blog ซะ รู้แล้วรู้รอดไป
เอาเล่มใหม่นี้ไปแก้คิดถึงก่อน
abc ย่อมาจาก a book combo เป็นบุ๊กกาซีน ฉบับแรกจาก สนพ.อะบุ๊ก ค่ายเดิมของเดี๊ยน
เขามีคอนเซ็ปต์หลักของเล่มนี้คือ " Happy Ending"
เดี๊ยนก็ได้มีเรื่องสั้นๆไปแจมกับเขา 1 เรื่อง ในชื่อว่า Happy Landing เป็นเรื่องของเดี๊ยนกับประสบการณ์ ในการบิน ต่างๆ นาๆ
จบสุข ประทับใจ ....เดี๊ยนภูมิใจ ในงานชิ้นนี้ พอสมควรนะเนี่ย!!!
และมีผลงานของนักเขียนท่านอื่นๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่า ซื้อที ก็คุ้มค่าอยู่
แถมมีปกตั้ง 4 แบบ (เนื้อหาข้างในเหมือนกัน) ใครจะเอาไปสะสมถมที่ก็ไม่ว่ากัน
อีกเรื่องนึง ที่ท่านแฟนคลับทั้งหลายอาจจะยินดีคือ เดี๊ยนจะได้มีผลงานลงประจำ ในหนังสือพิมพ์แจกฟรี!!!
นั่นก็หมายความว่า ท่านทั้งหลายจะได้เสพผลงานบ๊องๆของเดี๊ยน โดยไม่ต้องเสียกะตังค์ >>>โอ้ ยอดมาก
ส่วนจะเป็นที่ไหน ยังไงนั้น ขออุบไว้ก่อน
เดี๋ยวก็เปิดให้อ่านฟรี ใน blog ซะ รู้แล้วรู้รอดไป
เอาเล่มใหม่นี้ไปแก้คิดถึงก่อน
abc ย่อมาจาก a book combo เป็นบุ๊กกาซีน ฉบับแรกจาก สนพ.อะบุ๊ก ค่ายเดิมของเดี๊ยน
เขามีคอนเซ็ปต์หลักของเล่มนี้คือ " Happy Ending"
เดี๊ยนก็ได้มีเรื่องสั้นๆไปแจมกับเขา 1 เรื่อง ในชื่อว่า Happy Landing เป็นเรื่องของเดี๊ยนกับประสบการณ์ ในการบิน ต่างๆ นาๆ
จบสุข ประทับใจ ....เดี๊ยนภูมิใจ ในงานชิ้นนี้ พอสมควรนะเนี่ย!!!
และมีผลงานของนักเขียนท่านอื่นๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่า ซื้อที ก็คุ้มค่าอยู่
แถมมีปกตั้ง 4 แบบ (เนื้อหาข้างในเหมือนกัน) ใครจะเอาไปสะสมถมที่ก็ไม่ว่ากัน
อีกเรื่องนึง ที่ท่านแฟนคลับทั้งหลายอาจจะยินดีคือ เดี๊ยนจะได้มีผลงานลงประจำ ในหนังสือพิมพ์แจกฟรี!!!
นั่นก็หมายความว่า ท่านทั้งหลายจะได้เสพผลงานบ๊องๆของเดี๊ยน โดยไม่ต้องเสียกะตังค์ >>>โอ้ ยอดมาก
ส่วนจะเป็นที่ไหน ยังไงนั้น ขออุบไว้ก่อน
ทดสอบ การกลับมาใหม่อีกครั้ง
หายไปนานนนนนนนน เพราะเนตที่ประเทศเพื่อนบ้าน ดาวเทียมมันงุนงง หรือว่าระบบของ blog มันเรรวน
โดนแฟนคลับ ก่นด่า ไปยับเยิน
เอาล่ะ เดี๊ยนกลับมาใหม่แล้ว
ลองดูๆๆๆ
โดนแฟนคลับ ก่นด่า ไปยับเยิน
เอาล่ะ เดี๊ยนกลับมาใหม่แล้ว
ลองดูๆๆๆ
วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
เจออาหารอร่อยแว้ววว
เมื่อทำงานที่เสียมเรียบเสร็จแล้ว ในวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม เวลาเที่ยงตรง
เดี๊ยนก็นั่งรถบัส แม่โขงเอ็กซ์เพลส ใช้เวลา 5 ชั่วโมงครึ่ง กลับมาสู่กรุงพนมเปญ นิวาสถานเดิม
ในขณะที่คนอื่น นั่งเครื่องบินในประเทศกลับ!! บินแค่ ครึ่งชั่วโมง
ระหว่างทาง รถหยุดให้ทานอาหารที่ จังหวัดกำปงธม
พวกชาวต่างชาติส่วนใหญ่ จะเดินไปเข้าร้านโอ่อ่า แต่เดี๊ยนเดินตามกลุ่มเจ้าถิ่นไปเข้าร้านหน้าสถานีดับเพลิง
เป็นเพิงๆ แต่มีขายอาหารหลายอย่าง เรียงรายอยู่ในตู้กระจก ดูมีอนามัย และน่ากินดี
มีปอเปี๊ยะแบบเวียดนาม (ชิ้นเล็ก แป้งใสๆ)
หมี่ผัด ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ขนมหวานแบบพวกเครื่องรวมมิตรบ้านเรา
แต่สายตาของเดี๊ยนไปกระทบกับ ...ขนมจีนค่ะ น้ำแกงใสๆ ดูจะไม่เผ็ด
ชี้ๆสั่งๆ รสชาติเข้าที แต่ชามใหญ่ชะมัด ใส่ผักพวกดอกแคเล็กๆกับใบอะไรไม่รู้
ก็เคี้ยวเพลินดี ดูได้สารอาหารเพื่อเสริมสร้างวิตามิน
พอคิดเงิน เดี๊ยนก็อาศัย ความรู้เรื่องตัวเลขที่เคยเรียนนับมาได้ถึงล้านแล้ว
จ่ายเงินไป รวมน้ำอ้อย 1 แก้ว ก็2,500 เรียล (ปีปันปรัมรอยเรียล) >ประมาณ 25 บาท
แฮ่ๆๆ ต่อไปก็ไม่ต้องพูดอังกฤษ ฮาวมัช? แล้ว
แค่นี้ก็ได้ราคาท้องถิ่น
เวลาถามราคาก็ "ปรอมาณ ? (แปลว่า เท่าไหร่)
คิดเงินก็บอก "กึดลย " เนียนๆๆๆ
พอรถมาถึงพนมเปญ ก็ให้รถตู้กับน้องล่ามชื่อเสาริด มารับที่ท่ารถบัส
กระเป๋าลากไฮโซ ก็ได้ขึ้นรถตู้ส่วนตัว ในที่สุด
ตอนนี้ สนิทสนมกับพนมเปญขึ้นเยอะ ทำตัวตามสบาย กินอาหารตามร้านข้างทางได้แล้ว
ไม่กลัวผงชูรสแล้ว เจอร้านอร่อยเยอะแยะ
ไก่ย่างเหลืองเหมือนที่ภาคใต้บ้านเรา
ยำมะม่วงเปรี้ยวสะใจ
เนื้อย่างเสียบไม้ เล็กๆ กินกะขนมปังผักดอง อารมณ์เหมือนหมูสะเต๊ะ
ขนมจีนน้ำแกงกระหรี่ ชามยักษ์ แนวๆเหมือนน้ำเงี๊ยว
อีกไม่กี่วัน...ว่าจะทำใจกล้า ขอกินไข่ข้าว!! (ไข่ที่เกือบเป็นตัวแล้ว เอาไปนึ่งอ่ะ เห็นคนเขากินกัน
แล้วมันทำหน้าตาเหมือนอร่อยโคตร)
.....เหอ เหอ เหอ
เดี๊ยนก็นั่งรถบัส แม่โขงเอ็กซ์เพลส ใช้เวลา 5 ชั่วโมงครึ่ง กลับมาสู่กรุงพนมเปญ นิวาสถานเดิม
ในขณะที่คนอื่น นั่งเครื่องบินในประเทศกลับ!! บินแค่ ครึ่งชั่วโมง
ระหว่างทาง รถหยุดให้ทานอาหารที่ จังหวัดกำปงธม
พวกชาวต่างชาติส่วนใหญ่ จะเดินไปเข้าร้านโอ่อ่า แต่เดี๊ยนเดินตามกลุ่มเจ้าถิ่นไปเข้าร้านหน้าสถานีดับเพลิง
เป็นเพิงๆ แต่มีขายอาหารหลายอย่าง เรียงรายอยู่ในตู้กระจก ดูมีอนามัย และน่ากินดี
มีปอเปี๊ยะแบบเวียดนาม (ชิ้นเล็ก แป้งใสๆ)
หมี่ผัด ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ขนมหวานแบบพวกเครื่องรวมมิตรบ้านเรา
แต่สายตาของเดี๊ยนไปกระทบกับ ...ขนมจีนค่ะ น้ำแกงใสๆ ดูจะไม่เผ็ด
ชี้ๆสั่งๆ รสชาติเข้าที แต่ชามใหญ่ชะมัด ใส่ผักพวกดอกแคเล็กๆกับใบอะไรไม่รู้
ก็เคี้ยวเพลินดี ดูได้สารอาหารเพื่อเสริมสร้างวิตามิน
พอคิดเงิน เดี๊ยนก็อาศัย ความรู้เรื่องตัวเลขที่เคยเรียนนับมาได้ถึงล้านแล้ว
จ่ายเงินไป รวมน้ำอ้อย 1 แก้ว ก็2,500 เรียล (ปีปันปรัมรอยเรียล) >ประมาณ 25 บาท
แฮ่ๆๆ ต่อไปก็ไม่ต้องพูดอังกฤษ ฮาวมัช? แล้ว
แค่นี้ก็ได้ราคาท้องถิ่น
เวลาถามราคาก็ "ปรอมาณ ? (แปลว่า เท่าไหร่)
คิดเงินก็บอก "กึดลย " เนียนๆๆๆ
พอรถมาถึงพนมเปญ ก็ให้รถตู้กับน้องล่ามชื่อเสาริด มารับที่ท่ารถบัส
กระเป๋าลากไฮโซ ก็ได้ขึ้นรถตู้ส่วนตัว ในที่สุด
ตอนนี้ สนิทสนมกับพนมเปญขึ้นเยอะ ทำตัวตามสบาย กินอาหารตามร้านข้างทางได้แล้ว
ไม่กลัวผงชูรสแล้ว เจอร้านอร่อยเยอะแยะ
ไก่ย่างเหลืองเหมือนที่ภาคใต้บ้านเรา
ยำมะม่วงเปรี้ยวสะใจ
เนื้อย่างเสียบไม้ เล็กๆ กินกะขนมปังผักดอง อารมณ์เหมือนหมูสะเต๊ะ
ขนมจีนน้ำแกงกระหรี่ ชามยักษ์ แนวๆเหมือนน้ำเงี๊ยว
อีกไม่กี่วัน...ว่าจะทำใจกล้า ขอกินไข่ข้าว!! (ไข่ที่เกือบเป็นตัวแล้ว เอาไปนึ่งอ่ะ เห็นคนเขากินกัน
แล้วมันทำหน้าตาเหมือนอร่อยโคตร)
.....เหอ เหอ เหอ
วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2550
พนมเปญจ๋า ฉันกลับมาแล้ววว
เรื่องราวใน 10 กว่าวันที่ผ่านมาของเดี๊ยน มันช่างผกผันแปรปรวน
ในที่สุดหลังจากใช้เวลาว่างของการป่วยท่องเที่ยวกรุงเทพ ร่วมกับเพื่อนๆอย่างหนำใจ
ไปมันทั้งตลาดน้ำบางน้ำผึ้งและสยามพารากอน ในวันเดียวกัน
เดี๊ยนก็ตัดสินใจเดินทางกลับไปทำมาหากินยังประเทศเพื่อนบ้านต่อไป
ในวันจันทร์ที่ 22 เดี๊ยนก็บากหน้ากลับไปหาหมอ ก่อนวันนัดตั้ง 2วัน เพื่ออยากรู้อาการว่า จะนั่งเรือบินกลับได้แล้วยัง
หมอเอากล้องส่องหูเหม็นๆของเดี๊ยน แล้วก็บอกว่า น้ำยังไม่แห้งดีเลย ถ้าจะเดินทาง ก็ห้ามนั่งเรือบิน ถ้าหากมีเลือดออกมาอีก ต้องเริ่มรักษากันใหม่ และมันจะเรื้อรัง ไปเรื่อยๆ
เอาล่ะสิ! นี่เดี๊ยนกะว่า ออกจากหาหมอ จะไปเอาตั๋วเรือบินแอร์เอเชีย ที่โลตัสบางกะปิซะหน่อย
เลยนั่งบื้อ ไม่รู้ทำไง....เอาวะ นั่งรถก็นั่งรถ กลับทางปอยเปตเข้าเสียมเรียบ เพื่อไปทำงานก่อน3 วัน แล้วค่อยไปพนมเปญ(โดยทางรถ)
เช้าวันที่ 24 เดี๊ยนแบกกระเป๋าลากไฮโซ ขึ้นแท๊กซี่ไปรอรถบ่อน ที่พรีเมียร์พระราม 9 รอนานมาก
แล้วรถโค๊ช ลำใหญ่หรูหรา ก็เปิดประตูรับเดี๊ยนไปพร้อมกับนักพนันเต็มคัน
หลับๆตื่นๆ 3 ชม.ก็ถึงตลาดโรงเกลือ แยกย้ายกับรถบ่อนแล้ว ก็เดินลากกกกกกกกกกกก กระเป๋า ข้ามต่านพรมแดนระหว่างประเทศ ระยะทางไกลเป็นกิโล มิใช่อุปสรรคนัก แต่ๆๆๆๆ พื้นถนนที่ลากไปน่ะสิ ทั้งขรุขระ ทั้งฝุ่น น้ำแฉะ
เฮ้อ ก็อดทนกันไป ผ่านตม.มาได้ รถแท๊กซี่แคมรี่ส่วนตัวก็มารอรับอยู่แล้วที่วงเวียน
เจอฝรั่ง backpack เป็นหนุ่มน้อยชาวออสซี่ เห็นอกเห็นใจ ในฐานะคนชอบเที่ยวเหมือนกัน เดี๊ยนเลย เรียกให้มาขึ้นรถไปด้วยกัน(แต่ขอหารค่ารถกันนะ) น้องก็ยอม เพราะดูท่าทางวันนี้ นักท่องเที่ยวไม่มาก หากรอไปอาจต้องเหมาไปคนเดียว
นั่งโขยกเขยก มาตามระเบียบของถนนเส้นทางหฤโหด ที่คนที่เคยผ่านคงจะทราบดี
แค่ 3 ชั่วโมงกว่าๆ เดี๊ยนก็มาถึงเสียมเรียบ
คุณเลียงเพื่อนชาวขแมร์ ที่หลายๆท่านรู้จัก มายืนรอรับที่หน้าโรงแรมแกรนด์อันหรูหรา แล้วพาเดี๊ยนไปส่งยัง แหล่งพำนัก ร่วมกับสมาชิกที่มาทำงานยังประเทศนี้
กระนั้น คุณเลียงก็ยังไม่วาย พาเจ้าออสซี่ ไปหาที่พักและต้อนรับขับสู้ในฐานะเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี (เอาอีกแล้วค่ะ)
และหลังจากนั้น เดี๊ยนก็เข้าสู่โหมดของการทำงาน ตามระเบียบ
ห้องพักใหญ่โต สะดวกสบาย มีแม่ครัว ที่ทำอาหารได้อร่อยใช้ได้
เฮ้อ...โครงการไดเอทของเดี๊ยน เมื่อไหร่จะเป็นจริงล่ะเนี่ย...
ในที่สุดหลังจากใช้เวลาว่างของการป่วยท่องเที่ยวกรุงเทพ ร่วมกับเพื่อนๆอย่างหนำใจ
ไปมันทั้งตลาดน้ำบางน้ำผึ้งและสยามพารากอน ในวันเดียวกัน
เดี๊ยนก็ตัดสินใจเดินทางกลับไปทำมาหากินยังประเทศเพื่อนบ้านต่อไป
ในวันจันทร์ที่ 22 เดี๊ยนก็บากหน้ากลับไปหาหมอ ก่อนวันนัดตั้ง 2วัน เพื่ออยากรู้อาการว่า จะนั่งเรือบินกลับได้แล้วยัง
หมอเอากล้องส่องหูเหม็นๆของเดี๊ยน แล้วก็บอกว่า น้ำยังไม่แห้งดีเลย ถ้าจะเดินทาง ก็ห้ามนั่งเรือบิน ถ้าหากมีเลือดออกมาอีก ต้องเริ่มรักษากันใหม่ และมันจะเรื้อรัง ไปเรื่อยๆ
เอาล่ะสิ! นี่เดี๊ยนกะว่า ออกจากหาหมอ จะไปเอาตั๋วเรือบินแอร์เอเชีย ที่โลตัสบางกะปิซะหน่อย
เลยนั่งบื้อ ไม่รู้ทำไง....เอาวะ นั่งรถก็นั่งรถ กลับทางปอยเปตเข้าเสียมเรียบ เพื่อไปทำงานก่อน3 วัน แล้วค่อยไปพนมเปญ(โดยทางรถ)
เช้าวันที่ 24 เดี๊ยนแบกกระเป๋าลากไฮโซ ขึ้นแท๊กซี่ไปรอรถบ่อน ที่พรีเมียร์พระราม 9 รอนานมาก
แล้วรถโค๊ช ลำใหญ่หรูหรา ก็เปิดประตูรับเดี๊ยนไปพร้อมกับนักพนันเต็มคัน
หลับๆตื่นๆ 3 ชม.ก็ถึงตลาดโรงเกลือ แยกย้ายกับรถบ่อนแล้ว ก็เดินลากกกกกกกกกกกก กระเป๋า ข้ามต่านพรมแดนระหว่างประเทศ ระยะทางไกลเป็นกิโล มิใช่อุปสรรคนัก แต่ๆๆๆๆ พื้นถนนที่ลากไปน่ะสิ ทั้งขรุขระ ทั้งฝุ่น น้ำแฉะ
เฮ้อ ก็อดทนกันไป ผ่านตม.มาได้ รถแท๊กซี่แคมรี่ส่วนตัวก็มารอรับอยู่แล้วที่วงเวียน
เจอฝรั่ง backpack เป็นหนุ่มน้อยชาวออสซี่ เห็นอกเห็นใจ ในฐานะคนชอบเที่ยวเหมือนกัน เดี๊ยนเลย เรียกให้มาขึ้นรถไปด้วยกัน(แต่ขอหารค่ารถกันนะ) น้องก็ยอม เพราะดูท่าทางวันนี้ นักท่องเที่ยวไม่มาก หากรอไปอาจต้องเหมาไปคนเดียว
นั่งโขยกเขยก มาตามระเบียบของถนนเส้นทางหฤโหด ที่คนที่เคยผ่านคงจะทราบดี
แค่ 3 ชั่วโมงกว่าๆ เดี๊ยนก็มาถึงเสียมเรียบ
คุณเลียงเพื่อนชาวขแมร์ ที่หลายๆท่านรู้จัก มายืนรอรับที่หน้าโรงแรมแกรนด์อันหรูหรา แล้วพาเดี๊ยนไปส่งยัง แหล่งพำนัก ร่วมกับสมาชิกที่มาทำงานยังประเทศนี้
กระนั้น คุณเลียงก็ยังไม่วาย พาเจ้าออสซี่ ไปหาที่พักและต้อนรับขับสู้ในฐานะเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี (เอาอีกแล้วค่ะ)
และหลังจากนั้น เดี๊ยนก็เข้าสู่โหมดของการทำงาน ตามระเบียบ
ห้องพักใหญ่โต สะดวกสบาย มีแม่ครัว ที่ทำอาหารได้อร่อยใช้ได้
เฮ้อ...โครงการไดเอทของเดี๊ยน เมื่อไหร่จะเป็นจริงล่ะเนี่ย...
วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2550
กลับมาชั่วคราว
555555 ขอขำตัวเองหน่อยนะ
หลังจากตั้งหัวข้ออำลาไปเมื่อสัปดาห์ก่อน และไปกินผงชูรสขแมร์อยู่ 7 วัน
เดี๊ยนก็ต้องบินกลับมาด่วน เพราะว่า...เดี๊ยนป่วยอ่ะ
(ก่อนหน้านี้เป็นหวัดงอมแงม เจ็บจมูก จนคืนวันอาทิตย์ปวดหูมาก และสุดท้ายก็มีน้ำไหลออกจากหู !!! เจี๊ยกกก)
ไปหาหมอที่คลีนิคอินเตอร์ หมอฝรั่งเศสกะหมอเขมร x-ray แล้ว บอกว่า เดี๊ยนคงเป็นไซนัสขั้นรุนแรง
ที่กรุงพนมเปญ ไม่มีหมอเฉพาะทางนี้ และไม่มีเครื่องมือดูดพิษร้ายออก ขอแนะนำให้เดี๊ยนรีบหาตั๋วเครื่องบินกลับบ้านไปซะ
และจะฉีดเพนนิซิลินฆ่าเชื้อให้เดี๊ยนแค่ 2 วัน หลังจากนั้นก็ตัวใครตัวมัน
เพราะ หากที่ประเทศเขา ใครเจ็บป่วยอาการรุนแรง เขาก็จะส่งมารักษาที่กทม. นั่นเอง
เมื่อเดี๊ยนได้ตั๋วแอร์เอเชีย ราคา 2,850 บาท มาได้ ก็บิ่งกลับบางกอก นั่งเจ็บหูเปรี๊ยะๆๆๆ ฝ่าเมฆหมอกมาถึง ในเย็นวันที่ 16 ตุลา
*** ไปหาหมอมาแว้ววว เขาว่า เชื้อหวัดมันเข้าสู่หูชั้นกลาง จนทำให้เลือดออกในหู (ยังไม่เข้าขั้นไซนัส)
แต่ห้ามนั่งเครื่องบิน ในอาทิตย์นึง
ตอนนี้นั่งๆนอนๆ อยู่กทม. อาจจะกลับไปประมาณวันที่ 23 มั๊ง
(ไม่มีไข้ ไม่ป่วย แค่หูอื้อ เหมือนอยู่ในน้ำตลอดเวลา พูดได้ คุยได้ เที่ยวได้ )
v
v
v
เบื่อจังเลย
หลังจากตั้งหัวข้ออำลาไปเมื่อสัปดาห์ก่อน และไปกินผงชูรสขแมร์อยู่ 7 วัน
เดี๊ยนก็ต้องบินกลับมาด่วน เพราะว่า...เดี๊ยนป่วยอ่ะ
(ก่อนหน้านี้เป็นหวัดงอมแงม เจ็บจมูก จนคืนวันอาทิตย์ปวดหูมาก และสุดท้ายก็มีน้ำไหลออกจากหู !!! เจี๊ยกกก)
ไปหาหมอที่คลีนิคอินเตอร์ หมอฝรั่งเศสกะหมอเขมร x-ray แล้ว บอกว่า เดี๊ยนคงเป็นไซนัสขั้นรุนแรง
ที่กรุงพนมเปญ ไม่มีหมอเฉพาะทางนี้ และไม่มีเครื่องมือดูดพิษร้ายออก ขอแนะนำให้เดี๊ยนรีบหาตั๋วเครื่องบินกลับบ้านไปซะ
และจะฉีดเพนนิซิลินฆ่าเชื้อให้เดี๊ยนแค่ 2 วัน หลังจากนั้นก็ตัวใครตัวมัน
เพราะ หากที่ประเทศเขา ใครเจ็บป่วยอาการรุนแรง เขาก็จะส่งมารักษาที่กทม. นั่นเอง
เมื่อเดี๊ยนได้ตั๋วแอร์เอเชีย ราคา 2,850 บาท มาได้ ก็บิ่งกลับบางกอก นั่งเจ็บหูเปรี๊ยะๆๆๆ ฝ่าเมฆหมอกมาถึง ในเย็นวันที่ 16 ตุลา
*** ไปหาหมอมาแว้ววว เขาว่า เชื้อหวัดมันเข้าสู่หูชั้นกลาง จนทำให้เลือดออกในหู (ยังไม่เข้าขั้นไซนัส)
แต่ห้ามนั่งเครื่องบิน ในอาทิตย์นึง
ตอนนี้นั่งๆนอนๆ อยู่กทม. อาจจะกลับไปประมาณวันที่ 23 มั๊ง
(ไม่มีไข้ ไม่ป่วย แค่หูอื้อ เหมือนอยู่ในน้ำตลอดเวลา พูดได้ คุยได้ เที่ยวได้ )
v
v
v
เบื่อจังเลย
วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2550
14 ตุลาคม 2550
มาเล่าเรื่องเมือวานต่อนะ
หลังจากที่เราตระเวนทั่วเมือง เพื่อหาหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ราคาสมเหตุสมผลได้แล้ว
เราก็ได้หม้อใบน้อย ยี่ห้อเอี๊ยอะไรไม่รู้ ราคา 15 USD กับกาต้มน้ำ แบบพลาสติก(ต้มได้ทีละ 2 แก้ว) ราคา 10 USD
ได้กะทะแบบถูกๆ ราคา 3 USD และหม้อแกงไว้ต้มมาม่า ราคา 2.5 USD มาอีก 1 ใบ
เราก็เลยซื้อกับข้าวที่ซุปเปอร์Lucky กลับมา ได้แก่
ปีกไก่ 1 แพค ประมาณ 40 บาท
ผักกาดดอง ประมาณ 40 บาท
กุ้งขาวตัวใหญ่ดี ราคาแพคละ 100 บาท
ปลอคโคลี่ หัวใหญ่มาก ไม่ถึง 20 บาท
เห็ดฟาง พริกสด พริกหวาน
กลับมาถึงบ้าน ก็จัดแจงติดเตา ทำไก่ต้มผักกาดดอง และผัดผักใส่กุ้ง
อีกครึ่งนึง เก็บไว้ทำข้าวต้มกุ้ง มื้อเช้าพรุ่งนี้
มาเล่าเรื่องเมือวานต่อนะ
หลังจากที่เราตระเวนทั่วเมือง เพื่อหาหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ราคาสมเหตุสมผลได้แล้ว
เราก็ได้หม้อใบน้อย ยี่ห้อเอี๊ยอะไรไม่รู้ ราคา 15 USD กับกาต้มน้ำ แบบพลาสติก(ต้มได้ทีละ 2 แก้ว) ราคา 10 USD
ได้กะทะแบบถูกๆ ราคา 3 USD และหม้อแกงไว้ต้มมาม่า ราคา 2.5 USD มาอีก 1 ใบ
เราก็เลยซื้อกับข้าวที่ซุปเปอร์Lucky กลับมา ได้แก่
ปีกไก่ 1 แพค ประมาณ 40 บาท
ผักกาดดอง ประมาณ 40 บาท
กุ้งขาวตัวใหญ่ดี ราคาแพคละ 100 บาท
ปลอคโคลี่ หัวใหญ่มาก ไม่ถึง 20 บาท
เห็ดฟาง พริกสด พริกหวาน
กลับมาถึงบ้าน ก็จัดแจงติดเตา ทำไก่ต้มผักกาดดอง และผัดผักใส่กุ้ง
อีกครึ่งนึง เก็บไว้ทำข้าวต้มกุ้ง มื้อเช้าพรุ่งนี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)