วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2550

พนมเปญจ๋า ฉันกลับมาแล้ววว

เรื่องราวใน 10 กว่าวันที่ผ่านมาของเดี๊ยน มันช่างผกผันแปรปรวน
ในที่สุดหลังจากใช้เวลาว่างของการป่วยท่องเที่ยวกรุงเทพ ร่วมกับเพื่อนๆอย่างหนำใจ
ไปมันทั้งตลาดน้ำบางน้ำผึ้งและสยามพารากอน ในวันเดียวกัน

เดี๊ยนก็ตัดสินใจเดินทางกลับไปทำมาหากินยังประเทศเพื่อนบ้านต่อไป

ในวันจันทร์ที่ 22 เดี๊ยนก็บากหน้ากลับไปหาหมอ ก่อนวันนัดตั้ง 2วัน เพื่ออยากรู้อาการว่า จะนั่งเรือบินกลับได้แล้วยัง

หมอเอากล้องส่องหูเหม็นๆของเดี๊ยน แล้วก็บอกว่า น้ำยังไม่แห้งดีเลย ถ้าจะเดินทาง ก็ห้ามนั่งเรือบิน ถ้าหากมีเลือดออกมาอีก ต้องเริ่มรักษากันใหม่ และมันจะเรื้อรัง ไปเรื่อยๆ

เอาล่ะสิ! นี่เดี๊ยนกะว่า ออกจากหาหมอ จะไปเอาตั๋วเรือบินแอร์เอเชีย ที่โลตัสบางกะปิซะหน่อย

เลยนั่งบื้อ ไม่รู้ทำไง....เอาวะ นั่งรถก็นั่งรถ กลับทางปอยเปตเข้าเสียมเรียบ เพื่อไปทำงานก่อน3 วัน แล้วค่อยไปพนมเปญ(โดยทางรถ)

เช้าวันที่ 24 เดี๊ยนแบกกระเป๋าลากไฮโซ ขึ้นแท๊กซี่ไปรอรถบ่อน ที่พรีเมียร์พระราม 9 รอนานมาก
แล้วรถโค๊ช ลำใหญ่หรูหรา ก็เปิดประตูรับเดี๊ยนไปพร้อมกับนักพนันเต็มคัน

หลับๆตื่นๆ 3 ชม.ก็ถึงตลาดโรงเกลือ แยกย้ายกับรถบ่อนแล้ว ก็เดินลากกกกกกกกกกกก กระเป๋า ข้ามต่านพรมแดนระหว่างประเทศ ระยะทางไกลเป็นกิโล มิใช่อุปสรรคนัก แต่ๆๆๆๆ พื้นถนนที่ลากไปน่ะสิ ทั้งขรุขระ ทั้งฝุ่น น้ำแฉะ

เฮ้อ ก็อดทนกันไป ผ่านตม.มาได้ รถแท๊กซี่แคมรี่ส่วนตัวก็มารอรับอยู่แล้วที่วงเวียน
เจอฝรั่ง backpack เป็นหนุ่มน้อยชาวออสซี่ เห็นอกเห็นใจ ในฐานะคนชอบเที่ยวเหมือนกัน เดี๊ยนเลย เรียกให้มาขึ้นรถไปด้วยกัน(แต่ขอหารค่ารถกันนะ) น้องก็ยอม เพราะดูท่าทางวันนี้ นักท่องเที่ยวไม่มาก หากรอไปอาจต้องเหมาไปคนเดียว

นั่งโขยกเขยก มาตามระเบียบของถนนเส้นทางหฤโหด ที่คนที่เคยผ่านคงจะทราบดี
แค่ 3 ชั่วโมงกว่าๆ เดี๊ยนก็มาถึงเสียมเรียบ

คุณเลียงเพื่อนชาวขแมร์ ที่หลายๆท่านรู้จัก มายืนรอรับที่หน้าโรงแรมแกรนด์อันหรูหรา แล้วพาเดี๊ยนไปส่งยัง แหล่งพำนัก ร่วมกับสมาชิกที่มาทำงานยังประเทศนี้
กระนั้น คุณเลียงก็ยังไม่วาย พาเจ้าออสซี่ ไปหาที่พักและต้อนรับขับสู้ในฐานะเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี (เอาอีกแล้วค่ะ)

และหลังจากนั้น เดี๊ยนก็เข้าสู่โหมดของการทำงาน ตามระเบียบ
ห้องพักใหญ่โต สะดวกสบาย มีแม่ครัว ที่ทำอาหารได้อร่อยใช้ได้

เฮ้อ...โครงการไดเอทของเดี๊ยน เมื่อไหร่จะเป็นจริงล่ะเนี่ย...

วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2550

กลับมาชั่วคราว

555555 ขอขำตัวเองหน่อยนะ
หลังจากตั้งหัวข้ออำลาไปเมื่อสัปดาห์ก่อน และไปกินผงชูรสขแมร์อยู่ 7 วัน

เดี๊ยนก็ต้องบินกลับมาด่วน เพราะว่า...เดี๊ยนป่วยอ่ะ
(ก่อนหน้านี้เป็นหวัดงอมแงม เจ็บจมูก จนคืนวันอาทิตย์ปวดหูมาก และสุดท้ายก็มีน้ำไหลออกจากหู !!! เจี๊ยกกก)

ไปหาหมอที่คลีนิคอินเตอร์ หมอฝรั่งเศสกะหมอเขมร x-ray แล้ว บอกว่า เดี๊ยนคงเป็นไซนัสขั้นรุนแรง
ที่กรุงพนมเปญ ไม่มีหมอเฉพาะทางนี้ และไม่มีเครื่องมือดูดพิษร้ายออก ขอแนะนำให้เดี๊ยนรีบหาตั๋วเครื่องบินกลับบ้านไปซะ
และจะฉีดเพนนิซิลินฆ่าเชื้อให้เดี๊ยนแค่ 2 วัน หลังจากนั้นก็ตัวใครตัวมัน
เพราะ หากที่ประเทศเขา ใครเจ็บป่วยอาการรุนแรง เขาก็จะส่งมารักษาที่กทม. นั่นเอง

เมื่อเดี๊ยนได้ตั๋วแอร์เอเชีย ราคา 2,850 บาท มาได้ ก็บิ่งกลับบางกอก นั่งเจ็บหูเปรี๊ยะๆๆๆ ฝ่าเมฆหมอกมาถึง ในเย็นวันที่ 16 ตุลา

*** ไปหาหมอมาแว้ววว เขาว่า เชื้อหวัดมันเข้าสู่หูชั้นกลาง จนทำให้เลือดออกในหู (ยังไม่เข้าขั้นไซนัส)

แต่ห้ามนั่งเครื่องบิน ในอาทิตย์นึง

ตอนนี้นั่งๆนอนๆ อยู่กทม. อาจจะกลับไปประมาณวันที่ 23 มั๊ง
(ไม่มีไข้ ไม่ป่วย แค่หูอื้อ เหมือนอยู่ในน้ำตลอดเวลา พูดได้ คุยได้ เที่ยวได้ )
v
v
v
เบื่อจังเลย

วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2550

14 ตุลาคม 2550

มาเล่าเรื่องเมือวานต่อนะ

หลังจากที่เราตระเวนทั่วเมือง เพื่อหาหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ราคาสมเหตุสมผลได้แล้ว

เราก็ได้หม้อใบน้อย ยี่ห้อเอี๊ยอะไรไม่รู้ ราคา 15 USD กับกาต้มน้ำ แบบพลาสติก(ต้มได้ทีละ 2 แก้ว) ราคา 10 USD

ได้กะทะแบบถูกๆ ราคา 3 USD และหม้อแกงไว้ต้มมาม่า ราคา 2.5 USD มาอีก 1 ใบ

เราก็เลยซื้อกับข้าวที่ซุปเปอร์Lucky กลับมา ได้แก่
ปีกไก่ 1 แพค ประมาณ 40 บาท
ผักกาดดอง ประมาณ 40 บาท
กุ้งขาวตัวใหญ่ดี ราคาแพคละ 100 บาท
ปลอคโคลี่ หัวใหญ่มาก ไม่ถึง 20 บาท
เห็ดฟาง พริกสด พริกหวาน

กลับมาถึงบ้าน ก็จัดแจงติดเตา ทำไก่ต้มผักกาดดอง และผัดผักใส่กุ้ง
อีกครึ่งนึง เก็บไว้ทำข้าวต้มกุ้ง มื้อเช้าพรุ่งนี้

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2550

ชีวิตของเดี๊ยน ที่พนมเปญ

สวัสดีทุกคน

นี่ก็อยู่พนมเปญมาได้ 5วันแล้วค่าาาาา
หลังจากที่ทำงาน 2 วัน หยุด 1 วัน ทำงาน 1 วัน แล้วหยุดอีก 2 วัน
เนื่องจากช่วงนี้เป็นวันหยุดของชาวขแมร์นคร ในเทศกาลวันสารท(ไม่ใช่วันสาทร)
จึงทำให้ร้านรวงส่วนใหญ่ปิดทำการไปมาก

ที่เปิดอยู่ก็เป็นร้านแถวๆโซนนักท่องเที่ยว
ริมน้ำ แถวหน้าพระราชวัง ที่เรียกว่า โตนเลจตุมุก (โตนเล หมายถึงแม่น้ำ จตุมุก คือ 4สายมารวมกัน อลังการงานสร้างทีเดียว)

เมื่อคืนวันศุกร์ไปกินข้าวที่ร้านอาหารไทย ที่เคยไปกินเมื่อปีก่อน ตอนมา backpack เที่ยวอินโดจีน (รายละเอียดอยู่ในหนังสือชื่อ see you again *** ขายของซะงั้น)

ไปกัน 2 คนกับน้องคิงซึ่งมาทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเรื่องการ blocking นักแสดง
(น้องคิงนั้น เป็นเกย์กุ๊กกิ๊ก ที่มีรูปร่างสูงยาวถึง 185 เซ็น ขายาวเป็นนกกระยาง)
การกินอาหารคราวนี้ สองเราฟาดเรียบ สนุกสนาน เฮฮา เม้าท์ชาวบ้านกันไปเรื่อย ไม่เหงาเหมือนตอนมาคนเดียว

กินเสร็จแล้วอยากจะสำรวจ แสงสีของย่านทัวร์ริสต์พนมเปญ เดินไปเดินมาจนเวียนหัว
สรุปสุดท้าย ไปนั่งร้าน Metro เหมือนเดิม เพราะ 1 เปิดเพลงไม่เวียนหัว 2 สมาชิกในร้านดูดีมีระดับ 3 เครื่องดื่มราคาและรสชาติโอเค
แล้วเรียกตุ๊กตุ๊กกลับ ฝนตกพรำๆ

(ตอนหัวค่ำ เดินริมถนน เจอเงินดอลล่าห์ค่ะ ใบละ 100 เชียว เก็บมาแล้วก็ดีอกดีใจกันใหญ่ ปรากฏว่าขนาดเล็กกว่าแบงค์จริงนิดหน่อย ก็ถอดใจแล้วว่าคงเป็นแบงค์ปลอม
ตอนเช้าเอามาให้คนอื่นดู เขาว่า ไม่ใช่แบงค์ปลอม แต่เป็นประมาณแบงค์เด็กเล่น เหมือนแบงค์กาโม่มั๊ง…แป่ว..ต่ำต้อยกว่าแบงค์ปลอมอีกว่ะ!!!)

วันนี้วันเสาร์ ตื่นสาย นอนอืด นัดรถมารับตอน 11 โมง
อยู่ที่นี่ มีรถตู้ให้ใช้ 1 คัน ทุกวัน ค่าเช่า วันละ 30 USD เป็นรถตู้เบนซ์ไฮโซ เหมาะสมกับเดี๊ยนและน้องคิงเป็นอย่างมาก แถมล่ามให้อีก

จะบอกให้ว่า บางวันเราจะมีล่ามกันถึง 3 คน (เป็นคนขแมร์ทั้ง 3 )
เป็นล่ามพูดไทย 2 คน (แต่วันที่ 15 จะมี 1 คน ที่ต้องไปอยู่กับคณะที่จะมาถึงเสียมเรียบ)
และเป็นล่ามภาษาอังกฤษอีก 1 คน
เรียกได้ว่า บางทีก็งงๆ เพราะล่ามอังกฤษพูดไทยไม่ได้ ส่วนล่ามไทยก็พูดอังกฤษไม่ด๊าย

เนื่องจากงานที่เดี๊ยนจะต้องทำนั้นมีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนเป็นอย่างมาก
จึงต้องมีทีมงานอลังการเยี่ยงนี้แล

วันนี้เราจะไปช๊อปปิ้ง กันค่ะ…..เปล่า ไม่ได้จะไปซื้อของฝากอะไรใครหรอก
แต่เราจะต้องซื้อของเข้าบ้านกัน ได้แก่พวก หม้อ กะทะ ถังขยะ ไม้กวาด ไปจนถึงจานชาม และกับข้าวของสด

ในคราวแรก ที่เดี๊ยนได้ดี๊ด๊า ว่าการไปทำงานที่เสียมเรียบจะมีแม่ครัว ทำอาหารให้เราเลือกเมนูไทย หรืออาหารสุขภาพไดเอทกันได้อย่างสบาย
แต่เมื่อโชคชะตาพลิกผัน ให้เดี๊ยนต้องมาประจำการที่พนมเปญ เป็นเวลาเกือบ 4 สัปดาห์
ก่อนไปสมทบกับคณะที่เสียมเรียบ ทำให้เดี๊ยนงงงวยเล็กน้อย

ก่อนจะตั้งตัวได้ เมื่อรับประทานอาหารขแมร์ไป3-4 วัน ว่าอาจจะไม่ไหวอีกต่อไปในระยะยาวนาน
แม้ว่าจะมีรสชาติอาหารและหน้าตาคล้ายอาหารไทยอยู่มาก แต่การอยู่ในเมืองที่ไม่คุ้นเคย การนึกว่าจะกินอะไรในแต่ละมื้อ แล้วบอกให้น้องล่ามพาไป มันช่างเหนื่อยยากในการคิด

แม้ที่นี่จะมีร้านสุกี้ทั้ง MK และ โคคา รวมทั้งห้างชื่อพารากอน ที่มีแบล็คแคนย่อน ร้านแพนคอสเมติกและเครื่องสำอางBSC แต่รสชาติ (อาหารนะ ไม่ใช่เครื่องสำอาง)ก็แค่ใกล้เคียงบ้านเรา ประกอบกับจะให้เดี๊ยนบริโภคสุกี้ทุกมื้อก็คงไม่ไหว จึงตัดสินใจ ทำอาหารกินเองกันบ้างเป็นบางมื้อก็คงดี

และร้านอาหารตามเหลาหรูพวกนี้ ราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ (พอๆกะบ้านเรา)แต่จะให้กินทุกมื้อมันก็เกินไป
อยู่บ้านเรา ยังกินข้าวผัดร้านตามสั่งบ้าง ทอดไข่กินเองบ้าง ก็เฉลี่ยๆไป
แต่ร้านตามสั่งที่นี่ มักจะมาพร้อมผงชูรส โดดเด้งมาอย่างมาก
ขนาดเดี๊ยนซึ่งปกติไม่ค่อยรู้สึกมาก ยังต้องพ่ายแพ้แก่มัน
พอสั่งแบบไม่เอาผงชูรส จะได้เกลือเป็นเม็ดๆ(ไม่ละลาย)ลงไปแทน (ทั้งเค็มทั้งกรอบเลยแหล่ะค่ะคุณขา..)

วันก่อนไปสำรวจราคาของสดที่ซุปเปอร์ พบว่า คุณภาพใช้ได้ และราคาไม่สูงนัก โดยเฉพาะผัก เรียกว่าถูกเลยทีเดียว ผักบุ้งกำใหญ่ไม่รอบ ราคาไม่ถึง 10 บาทไทย
เครื่องปรุงรสต่างๆก็มีแบรนด์ไทยครบครัน ราคาก็ไม่ต่างกันมาก

เอาล่ะ…เดี๋ยวจะมาเล่าต่อ ว่าเราได้อะไรมากินกันบ้าง….

วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2550

กราบบบบบ ลา >>> ดูแลประเทศชาติแทนเดี๊ยนด้วยนะ!!

ในเย็นย่ำวันที่ 5 ตุลาคม เดี๊ยนได้รับโทรศัพท์สายฟ้าฟาด....
"ที่บอกว่าจะให้เดินทางวันที่ 15 น่ะ..ถ้าไม่ติดอะไร ไปก่อนได้มั๊ย
ไปพนมเปญก่อน วันอังคารที่ 9 มีงานต้องทำที่นั่น อยู่ยาวเลย แล้วค่อยไปเสียมเรียบต่อ"


เอ่อ.. ค่ะ เพราะหลังจากที่เดี๊ยน นั่งนอนตีพุง อุทิศเวลาไปกับการเขียนเรื่องมีตติ้งในเว็บบอร์ด นิเทศ 28 และท่องอินเตอร์เนตไร้แก่นสาร
พลางแคะขี้เล็บ ขี้มูกไป เพราะคิดว่า จะมีเวลาอีกกว่าสัปดาห์ เพื่อเตรียมตัวก่อนเดินทาง

นั่นคือ..ร่ำลาแฟนคลับ /ซื้อของใช้ที่จำเป็นสำหรับ 4 เดือน เช่น พวกสบู่ ยาสีฟัน ผ้าอนามัย (ไม่อยากไปหาเสี่ยงเอาดาบหน้า)
/ ทำฟัน ขูดหินปูน /จัดการเรื่องสาธารณูปโภค ค่าน้ำ ค่าไฟ โทรบ้าน มือถือ / จัดการเรื่องการพิมพ์งานเขียนเล่มใหม่ / จัดประเป๋าใบมหึมา แยกเป็น 2 ใบ และฝากรถไปกับคณะเสียมเรียบ 1 ใบ

>>>>>>>เดี๊ยนต้องทำทั้งหมด ข้างต้น ในเวลา 2 วัน
v
v
v
v
ประจวบกับช่วงนั้น ฉันมีอาการป่วยไข้ เนื่องจากการนอนดึกติดต่อกันหลายวัน
และอาจจะตื่นเต้นที่จะได้เดินทางออกนอกประเทศ ต้องจากบ้านเมือง จากเพื่อนเป็นฝูงๆ

เดี๊ยนเลย ต้องเดินทางในบัดดล

---11 Oct.2007 ---

.......ตอนนี้ นั่งเขียนอยู่ริมน้ำ

no no no อย่าคิดว่า เป็นสวนสาธารณะ เพิงหมาแหงน ชมชาวบ้านกู้ลอบดักปลาจากเรือพาย
เหมือนริมฝั่งโขง แถวบ้านเราล่ะ
แต่...

เดี๊ยนนั้น นั่งอยู่ในคาเฟ่ไฮโซ จิบชาเออเกรย์ และใช้อินเตอร์เนตไร้สาย WL
ฟังเพลงชิลล์เอ้าท์

เดี๊ยนจะมาแจ้งให้ทราบถึงโปรแกรมชีวิต ในประเทศกัมพูชา

เดือน October ตุลาคม
วันที่ 10 -24 พำนักทำงานอยู่ที่พนมเปญ
วันที่ 24-26 ไปทำ Show รอบ Press ที่เสียมเรียบ
วันที่ 27 - 9 Nov. กลับมาทำงานที่พนมเปญ
วันที่ 10 พฤศจิกายน เป็นต้นไป อยู่ที่ีเสียมเรียบ และเตรียมตัว ต้อนรับชาวโลก......

ส่วนเบอร์มือถือ ติดต่อเดี๊ยน จากนี้ไป ส่ง SMS มาจากเมืองไทย ครั้งละ 5 บาท
ใครจะโทรมา ก็เสียเงินค่าข้ามประเทศตาม โปร.ของแต่ละค่ายไป

+855 99622396 แอนจ๋าาาาา

วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2550

ท่านทั้งหลาย ใครจะไปเมื่อไหร่ มาลงชื่อเร้ววววว

ก่อนอื่น จะมาบอกก่อนว่า จากเดิมที่เคยประกาศไว้ว่าจะไปวันที่ 15 แต่ด้วยเหตุกระทันหัน ดิฉันได้รับคำสั่งจากคุณเก๋ ต้นสังกัด
ให้ออกเดินทาง วันที่ 9 ตุลาคม เพื่อไปพนมเปญ(มีธุระต้องทำงานที่นั่น ประมาณ 10 วัน)
แล้วค่อยเดินทางไปยังเสียมเรียบ

ประมาณวันที่ 22 ดิฉันก็คงอยู่ที่เมืองอันงดงามแห่งนั้นแล้ว

สำหรับท่าน ที่แจ้งความจำนงไว้แล้ว ดิฉันขอเรียงตามลำดับเวลาดังนี้


ชุดที่ 1 ปลายเดือนตุลาคม น่าจะเป็น -อาจารย์เอิร์ธ (ไปกับใครบ้างก็ไม่รู้) และอาจมีพี่ต้อง

ชุดที่ 2 ต้นเดือนพฤศจิกายน ใครจะไปตอนนี้บ้าง ชมเสียมเรียบเพียวๆ ไม่ต้องดู Show

-ปลายเดือนพฤศจิกายน ช่วงนี้ Show กำลังเริ่ม อย่าไปเลย เพราะดิฉันอาจยุ่งมาก

-ต้นเดือนธันวาคม อาจเป็นคณะเพื่อนนิเทศฯ

- กลางเดือนธันวาคม- สิ้นปี เป็นเพื่อนๆ ชาวสะบรึ๋ย ที่ต่างทำงานบริษัท ลางานหยุดได้ช่วงนี้ (คุณไก่ คุณเป็ด)
และอาจเป็นเพื่อนๆนิด้า คุณเน คุณแอม

- ต้นเดือนมกราคม อีน้องแนน คุณป๊อบ หรือคุณบี

-กลางเดือนมกราคม เก็บตกคณะต่างๆ ที่ยังไม่ได้ไป

-ปลายเดือนมกราคม เตรียมไปรับดิฉันกลับบ้าน


เอาล่ะ ใครที่รู้กำหนดวันของตัวเอง แบบคร่าวๆ หรือแบบเป๊ะๆ ก็มาบอกกล่าวกันหน่อย
อย่าลืมลงชื่อไว้ด้วยนะ เพื่อให้คนอื่นๆได้รู้กัน (และเผื่อฉันจะฝากให้หิ้วอะไรไปให้)


คนที่ไม่รู้จักฉัน แต่เป็นเพื่อนของเพื่อนๆๆๆ ก็ไปได้นะ ฉันยินดี



ปล. วันหยุดงานของฉันคือ ทุกวันอังคาร และวันที่ 24-25 ธันวา/ วันที่ 31ธันวากับ 1 มกรา

พบกันอีกที ทางหน้าจอ ที่พนมเปญจ้า
แล้วจะมาเล่าเรื่องให้ฟัง...

วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2550

การเดินทางจากกรุงเทพ ไปโรงเกลือสระแก้ว ข้ามด่านปอยเปต

เรียน ท่านผู้ประสงค์จะไปเที่ยวชม นครวัด เมืองเสียมเรียบ โดยทางรถ

เดี๊ยนไปรวบรวมข้อมูล จาก web ต่างๆ เพื่อให้ท่านทราบว่า นอกจากท่านจะนั่งรถทัวร์ โดยขึ้นจากหมอชิต หรือเอกมัย ไปยังภาคตะวันออกสุดของประเทศสยาม เพื่อเข้าประเทศกัมพูชาแล้ว

ท่านยังสามารถ ใช้บริการ รถแบบนักท่องเที่ยว( backpack) หรือรถที่จะไปคาสิโน ปอยเปตได้ จากจุดต่างๆของเมืองหลวง ดังนี้

- ถนนข้าวสาร ให้สอบถามจากเอเย่นต์ทัวร์ต่างๆได้เลย จะมีทั้งแบบรถบัส รถตู้ ราคาตั้งแต่ 250-300 กว่าบาท ออกเดินทางตอนเช้ามืด ตี 5 เป็นต้นไป ทุกวัน สอบถามและจองตั๋วก่อน หรือจะไปเสี่ยงดวง หารถตอนนั้นเลย (จะได้เลือกรถสภาพดีๆ)
***ถ้าหากท่านชื่นชอบ การถูกหมักรวมๆกับฝรั่งท่องโลก ท่านคงไม่อยากพลาด
แต่พอรถไปถึงด่าน จะต้องเปลี่ยนรถ ไปเป็นสัญชาติกัมพูชา จะเรียก taxi เหมาไป หรือต่อรถบัส ก็ตามสบาย

- ถนนพระราม4 รถบ่อนไปคาสิโน ออกทุกวัน (แต่คนจะเยอะในเช้าวันหยุด) แนะนำให้ท่านแบกกระเป๋าไปรถ หน้าตึกอื้อจือเหลียง ฝั่งสวนลุม ตอนตี 4 ตี 5 จะมีรถโคชปรับอากาศ สภาพดี นั่งสบาย จ่ายค่ารถให้เขาไป 100 บาท แล้วนั่งเงียบๆไป หลับสบายไปถึง ด่าน แล้วเดินข้ามไปตม. จะแวะเข้าคาสิโน ไปล้างหน้า หรือกินบุฟเฟ่ต์ก็ได้

- ย่านประตูน้ำ สอบถามจากเอเย่นต์ หรือไปรอตอนเช้าเลย มีทั้งรถตู้ ราคาคนละ 300 บาทและรถบัส นี่ก็เป็นรถไปบ่อน ราคา 100 บาทเหมือนกัน (แต่ไม่ค่อยรับคนไทย ใครปลอมตัวเก่ง ก็ลองไปดู)

- ถนนสุขาภิบาล 2 หน้านิด้า แถวแฟลตคลองจั่น รถออกตอนตี 4.30 ถึงโรงเกลือ 7.30 เป็นรถบัสปรับอากาศ อย่างดีเหมือนกัน คนละ 100 บาท


ท่านที่มีวีซ่ากัมพูชา ( ขอจากกรุงเทพ 20 USD) ถ้าไปขอที่ด่าน อาจเสียเวลาเข้าคิว (ติดพวกไปบ่อน) และจะต้องเสียใต้โต๊ะอีกคนละ 100
ท่านจะใช้เวลาที่ด่านไม่มากนัก ในกรณีมีวีซ่าในพาสปอร์ตแล้ว

ท่านที่จะมาเป็นหมู่คณะ 3-4 คน และไม่อยากต่อสู้ ในการหารถ/ต่อราคาที่ด่าน
กรุณาติดต่อหาเดี๊ยน เดี๊ยนจะได้ส่งลีมูซีน

ไม่ช่ายยยย....เดี๊ยนจะติดต่อรถ ที่ไว้ใจได้ ไปรอรับที่หน้าตม.เลย (จ่ายเงินเองนะ)


---------##### มาเพิ่มเติมนิดหน่อยจากที่ไปเสาะหาข้อมูลมาอีก ####----------

-เหมาแคมรี่จากปอยเปต คันละ 1,200 บาท จ่ายเงินไทยได้ (ช่วงเทศกาลอาจแพงขึ้นกว่านี้ ต้องทำใจ) นั่งไม่เกิน 4 คน กำลังดี

ในเมืองเสียมเรียบ การเที่ยวชมปราสาท
- เช่ารถเก๋งเที่ยว พร้อมคนขับ ราคา 30-40 USD ต่อวัน แล้วแต่เวลา และระยะทางที่จะไป
- เช่ารถตู้เที่ยวพร้อมคนขับ มีตั้งแต่สภาพธรรมดา 50-60 USD ต่อวัน ไปจนถึงรถตู้เบนซ์ วันละ 85 USD รวมน้ำมัน บริการตั้งแต่เช้ามืดยัน4 ทุ่ม
- รถสามล้อพ่วง เหมือนสกายแลป ราคา 10-20 USD ต่อวัน แล้วแต่สถานที่ และระยะทาง เหมาะกับคนที่ไป 2 คน (ที่นั่งกำลังดี)
แม้ต้องดมฝุ่นบ้าง แต่ก็ได้เห็นธรรมชาติใกล้ชิด ถ่ายรูปสะดวก

- ไปคนเดียว แนะนำ นั่งมอไซค์รับจ้าง คนขับจะเป็นไกด์ไปในตัว วันละ 7-15 USD เดินทางในรัศมี 30 กิโลเมตรรอบเสียมเรียบ ถ้าจะไปพนมกุเลน และกบาลเกษียรที่ไกลไป 50 กิโล ให้ไปรถยนต์ดีก่า แต่ข้อดีคือ เป็นส่วนตัว ติดดิน อยากแวะถ่ายรูปที่ไหน นานแค่ไหนก็ได้

- สำหรับพวกใจถึก รักอิสระสูง ประวัติศาสตร์แน่น ดูแผนที่เก่ง ไม่ง้อใคร แนะนำเช่าจักรยาน ปั่นเองไปเลย อยากไปไหนไป จะปั่นไปถึงพนมเปญก็ตามใจ ค่าเช่าจักรยาน มีหลายราคา ตามสภาพ ไว้เดี๊ยนไปถึงโน่นก่อน จะหาข้อมูลมาให้

การเดินทางโดยรถจากเสียมเรียบไปพนมเปญ (เผื่อใครจะไปขึ้น airasia กลับ)
- รถเก๋งแคมรี่ เหมาทั้งคัน 50 USD ใช้เวลา 4.30 ชม. ถนนดี
- เรือด่วน คนละ 22-25 USD ใช้เวลา 5 ชม. แต่ได้แถมดู"โตนเลสาบ" เพราะเรือออกจากที่นั่น (ประหยัดเงิน และเวลาที่จะต้องไปทัวร์โตนเลสาบ)
- รถประจำทาง คนละ 5-10 USD วิ่ง 6-7 ชม. หรือมากกว่านั้น สนุกสนานไปกับฝรั่งแบกเป้และพี่น้องชาวขแมร์


เป็นไงล่ะ
ตอนนี้ได้ข่าวว่ามีหลายท่าน แอบเข้ามาดูและดีไซน์เส้นทางกันอย่างเมามันส์
แถมยัง print เนื้อหา ไปให้ญาติมิตร >>> ซึ่งเดี๊ยนรู้สึกยินดี เป็นอย่างยิ่ง ที่ข้อมูลที่เดี๊ยนได้เสาะหา บ้างก็ลอกเขามา จะเป็นประโยชน์ในวงกว้าง
ไม่เฉพาะ แต่คนที่จะไปให้กำลังใจเดี๊ยนในช่วงเวลาดังกล่าวเท่านั้น

แต่เดี๊ยน อยากจะขอ ขอ.. กราบขอร้อง ให้ท่านที่เข้ามา ได้กรุณา ช่วยแสดงความคิดเห็น หรือลงชื่อกันไว้บ้าง
เพื่อเป็นกำลังจายย ให้เดี๊ยนทราบว่า...
ที่อุตส่าห์ทำมาเนี่ย มันมีคนเข้ามาอ่านนะ.... Please