หลังจากดูดหัวปลาทูจานที่6ไปแล้ว
จึงได้ข้อสรุปดังนี้
-มีคนที่ไปคืนวันที่19และจะเข้าปัตตานีเลย
-มีคนไปคืนวันที่19 แต่จะไปนอนสงขลา
-มีคนไปคืนวันที่19 ไปนอนสงขลา และตามไปเช้าวันที่20 แล้วกลับเที่ยง
-มีคนไปงานวันที่21 อย่างเดียว
-มีคนไปคืนวันที่18 และจะไปงานที่สงขลาอย่างเดียว
-มีคนไปถึงวันที่ 20 และจะไปทุกงาน แต่ไม่บอกว่าจะไปยังไง
-และมีบางคนที่ยังไม่แน่ใจอะไรซักอย่าง
เดี๊ยนเข้าใจแล้น ว่าทำไมคุณเจ้าบ่าวถึงทำโพยไม่ได้ซะที และในการเจรจาคืนนั้น ยังได้ข้อสรุปมาอีกข้อ ว่าใครใคร่ไปหรือไม่ไปก็ได้ จะไม่มีการว่ากล่าว ไซโค ใดๆกันอีก เพราะทางฝ่ายเจ้าถิ่นจะได้ตระเตรียมรถรามารับได้ถูกจำนวนคนซะที แล้วการเจรจาก็สิ้นสุดในเวลาเกือบเที่ยงคืน หลังจากที่เกย์เฒ่าแย่งชิงไอติมกะทิในลูกมะพร้าว จากตำรวจจอมงกมาได้
เล่ามาตั้งนานยังไม่ถึงงานแต่งเลย เอาล่ะค่ะ และแล้ววันดีเดย์ก็มาถึงจนได้ เดี๊ยนได้รับมอบหมายให้นำตั๋วเครื่องบิน ของชาวคณะทั้ง4ไปเช็คอินที่ดอนเมือง เนื่องจากเป็นช่วงที่เดี๊ยนปลอดภาระการงานจึงควรที่จะรีบไปเช็คอินได้แต่เนิ่นๆ
แต่ท่านทั้งหลายคะ…มิทราบเกิดจากเหตุใด เดี๊ยนซึ่งเตรียมการจัดข้าวของ รีบหนีจากประชุมตั้งแต่บ่าย3 ก็เกิดอาการชะล่าใจขึ้นมากะทันหัน กว่าจะเสด็จออกจากบ้านได้ก็5โมงกว่า ซึ่งคุณไก่นั้นได้เดินทางไปถึงสนามบินแห่งชาติซะแล้ว เมื่อไปถึงได้พบกับคุณเอ๋และคุณไก่ จึงได้มอบตั๋วให้ไปจัดการซะเลย
ส่วนเดี๊ยนนั้น…ฮ่าๆๆๆไปนั่งสวีตกับสารถีที่หลงกลมาส่งซะงั้น โถ..ก็เดี๊ยนต้องหอบหิ้วข้าวของสัมภาระงานแต่งไปตั้งเยอะ ถ้าต้องไปคนเดียวคงไม่เหมาะหรอก แต่ไม่เป็นไร เพราะคุณนายปุ๊กกี้ก็เพิ่งมาถึงแถมยังต้องไปสวีตกับเพื่อนชาวคอตโต้ที่มาส่งเหมือนกัน
ที่สนามบินเดี๊ยนได้รับทราบข่าวระทึกใจเล็กๆว่าคุณโจได้ร่วมเดินทางไฟล์เดียวกับเราด้วย แต่ด้วยบุคลิกและหนวดเครารุงรัง ประกอบกับสัญญาณตรวจอาวุธได้ดังขึ้น จึงทำให้บุรุษหน้าโจรอย่างคุณโจ ต้องนำอาวุธร้ายแรง (คัตเตอร์อันกะจิ๊ด)ไปฝากไว้ต่างหาก
และได้ทราบข่าวอีกว่าบุรุษนิรนามอีกท่านที่มิยอมเปิดเผยรูปแบบการเดินทางนั้น ได้กำลังเข้าสู่จ.เพชรบุรี โดย รถ..ทัวร์ คุณเอ๋จึงไม่รีรอที่จะโทรไปถากถางทันที
ก่อนที่เราจะเดินทางเหินฟ้านั้น รถบัสที่พาพวกเราไปยังเครื่องบิน ก็ผ่านเครื่องบินแอร์เอเซียที่กำลังซ่อมปีกอยู่ตรงรันเวย์ พวกเราต่างอดคิดไม่ได้ว่าอาจจะเป็นไฟล์ของ3หนุ่ม เจี๊ยบ ตี๋ ปั๊ม ที่มีกำหนดการไปก่อนหน้าเราเพียงเล็กน้อย นังเอ๋จึงรีบโทรเข้าเครื่องเกย์เฒ่า แต่หาได้มีสัญญาณตอบรับไม่ สรุปว่าน่าจะอยู่บนเครื่องลำนันแหล่ะ
เมื่อเราไปถึงสนามบินหาดใหญ่ คุณมด คุณพี่ถองและคุณพี่เกี๊ยก รวมทั้งเพื่อนคุณเจ้าบ่าว(ที่มารับคณะสงขลา) ได้เฝ้ารออยู่แล้ว เราได้พบกับ3หนุ่มแอร์เอเชีย ที่กำลังหิวซกและสวาปามเครื่องดื่มอยู่ที่สนามบินหาดใหญ่ เดชะบุญที่เราได้เก็บอาหาร ไว้ให้ 3 หนุ่มแอร์เอเชีย ที่คุณไก่บอกว่ายัดเข้าไปไม่ไหวแล้ว (เนื่องจากรอเดี๊ยนนาน จึงโซ้ยข้าวหน้าเมีย ฆ่าเวลาไปที่สนามบินดอนเมือง)
หลังจากจัดการแบ่งฝ่ายขึ้นรถตามเป้าหมายปลายทาง คณะเราจึงได้มุ่งสู่จ.ปัตตานี (เดี๊ยนแอบส่งคุณไก่ไปนั่งรถพี่เกี๊ยก เพราะรำคาญค่ะ รู้สึกพ่อคุณจะเริงร่าเม้าท์แตกตั้งกะที่สนามบินแล้ว) เรามาถึงปัตตาเวียเกือบ5ทุ่มโดยสวัสดิภาพ พร้อมกับอาหารและกับแกล้มมากมายที่ร้านปัตตาเวียจัดแจงไว้ให้
และคืนนั้นวงสุรา เวลคัมดริ๊งก็สิ้นสุดเกือบตี3
รุ่งเช้าเดี๊ยนและคุณไก่กะคุณโจร เอ๊ยคุณโจ ตั้งใจว่าจะเดินทางไปบ้านงานก่อนโดยรถคุณเกี๊ยก เพื่อนำแก้วแหวนเงินทองไปประกอบพิธี ระหว่างที่รอคุณเกี๊ยกกลับบ้านไปขี้(เพราะมาแล้วตอน7โมง แต่เวลานัดคือ7.30เราจึงยังไม่เสร็จกิจ) บุรุษผู้นั้นค่ะท่านผู้ชม…เค้ามาพร้อมกับโตโยต้าคอมมอนเรล ใช่แล้วค่ะบุรุษผู้มากับรถทัวร์เมื่อวาน เค้ามาถึงแล้ว เดี๊ยนกลัวว่าจะไม่ทันเวลา จึงขอคุณมดเดินทางไปกับหนุ่มคอมมอนเรลก่อน
รถเข้าสู่ตัวเมืองสายบุรี ดูจากสภาพแวดล้อมโดยทั่วไป เป็นเมืองเก่าที่สวยงาม มีตึกรามสถาปัตยกรรมแบบเก่า ปรากฎให้เห็นอยู่ทั่วไป ดูเกือบจะเป็นเมืองปกติ ที่แสนสงบ ถ้า…หากเราไม่บังเอิญผ่านโรงพักที่ ก่อตั้งบังเกอร์ถุงทรายสูงราวกับกลัวน้ำจะท่วมใหญ่ ฮ่าๆๆๆ พวกเราแอบเม้าท์ ทั้งที่ในใจก็หวาดๆอยู่ใช่น้อย (้หมือนบังเกอร์ในหนังสงครามเลย)
ถึงบ้านเจ้าสาวที่ดูเผินๆอาจไม่ทราบว่าเป็นบ้านงาน เพราะบรรยากาศเงียบสงบมาก(มีคนแอบเม้าท์ว่าน่าจะไปแบ่งเสียงเพลงตอนงานแต่งคุณไก่กะคุณเป็ดมาบ้าง) เดี๊ยนรีบรุดไปดูเจ้าสาว เพราะทราบข่าวมาก่อนหน้านี้ว่าล้มป่วยกระทันหัน อาจจะดีใจเกินเหตุที่จะมีผัว ..เอ๊ย กังวลใจกับการเตรียมงานแต่งอันยิ่งใหญ่ถึง2จังหวัด
แต่…ท่านผู้ชมขา..นังกระแต๋หาได้ทรุดโทรมอย่างที่เดี๊ยนคิดไม่ SHE ปรากฎกายในชุดเจ้าสาวแบบไทยด้วยหน้าสวยเด้ง อย่างน่าหมั่นไส้
หลังจากชื่นชม เม้าแตกได้ไม่นานขบวนเจ้าบ่าวก็มาถึง เดี๊ยนกับคุณนุดนัน ถือโอกาสกั้นประตูเจ้าสาวซะเลย (เผื่อได้ซักพัน) แต่….อีเจ้าบ่าวจอมงกคะท่าน มันให้มา200 แบบเลือดตาแทบกระเด็น เอาวะ200 ก็เอา
พิธีการดำเนินไปแบบที่รู้ๆกันอยู่ (ใครไม่รู้ไว้รอแต่งเองสิ) คุณพ่อหมอพิธี กำลังจะเชิญพระสวด แต่ทันใดนั้นเอง มีเสียงตะโกนจากในครัวมาว่า “แหวน..แหวนยังไม่ได้สวมเลย “ …เออ จริงด้วยสิ แต่คุณพ่อหมอบอกว่า ไม่เป็นไร พระมาถึงแล้ว ต้องให้พระสวดแล้ว อ้าว..ทีนี้ในครัวก็เริ่มโวยวาย “ไม่ได้..สวมเลยแหวนน่ะ สวมเลย..” เดี๊ยนซึ่งนั่งอยู่ใกล้บ่าวสาว และกำลังถูกญาติเจ้าสาวกระแทกตูดเข้ามา
จึงทนไม่ไหวประกอบกับทำใจไม่ได้ที่แหวนซึ่งเดี๊ยนต้องฝืนใจไปรับมาจากกิ๊กเก่า (ที่ทำงานบริษัทจิวเวอรี่) พร้อมทั้งหอบหิ้วขึ้นเรือบินมาและรักษาสุดชีวิต อาจจะพลาดการสวมใส่ในพิธี จึงร่วมสนับสนุนด้วยตะโกนเสียงดังกว่าญาติบ่าวสาวไปว่า
“ใส่เลย…ใส่เลย เสียบเข้าไปเลย มีกี่วงใส่ไปให้หมด “ แหม..พระท่าน ก็คงไม่ได้รีบไปไหนหรอก ช้าสัก20 วินาที คงยังสวดทันนะเดี๊ยนว่า
และด้วยอำนาจแห่งแหวน ทั้งสองจึงได้เป็นผัว-เมีย …กันซะที
หลังเสร็จพิธี คุณไก่และคุณบุรุษคอมมอนเรลมีภารกิจ จะต้องนำเงินสินสอดทั้งหมดไปแลกเป็นเช็ค เดี๊ยนและคุณนุดนัน จึงต้องเฝ้าระวัง เงินสดและทองหยองทั้งหลายอย่างใกล้ชิด (ที่จริงหน้าที่แบบนี้จะต้องเป็นของคุณเอ๋และคุณกุ๋ยนะแต่ทั้งสองนั้น มิได้มา เพราะหวั่นเกรงปัญหาไฟใต้จะลุกลามเข้าตัว)
เงินสดนั้นไปแบงค์แล้ว ส่วนทองได้ฝากน้องมดและน้องตาไว้ แต่ทั้งสองหัวใสกว่าจึงนำไปให้คุณนายจิตรแม่น้องมดเก็บไว้ ซึ่งเป็นความคิดที่แสนฉลาด เพราะ คุณนายจิตรกอดกระเป๋าแนบกายไว้เป็นอย่างดี สร้างความโล่งใจให้กับลูกๆ ได้ถ่ายรูปและเม้าท์กันอย่างสบายใจ
พิธีการในตอนเช้าเสร็จสิ้น เพื่อนๆและแขกบางส่วนทะยอยกลับ บุรุษคอมมอนเรลมีภาระกิจอีกครั้งด้วยการส่งครอบครัวเจ้าบ่าวไปพักผ่อน ที่บังกะโล ซึ่งเป็นแผนสำรองที่เราตระเตรียมไว้ในคืนนี้ เผื่อต้องนอนค้างคืนที่สายบุรี หากสถานการณ์ตอนกลางคืนไม่น่าวางใจ กว่าจะถึงงานเลี้ยงตอนเย็นมีเวลาอีก3-4 ชม.
ท่านที่ไม่ได้ไปคิดว่าพวกเราจะทำอะไรกัน….
.ติ๊กต่อก…..ถูกต้องงงงนะคร๊าบบบบ หาร้านก๊งกันรอบบ่ายไง
นัยว่าจะต้องทำการถอน..จากการดื่ม well come drink ที่ ปัตตาเวีย การสนทนาในบ่ายวันนั้นส่วนใหญ่จะเปิดทางให้กับบุรุษคอมมอลเรล ที่ยังมีพลังงานเหลือเฟือเพราะได้หลับเต็มอิ่มมาตลอดคืนในรถวี.ไอ.พี 24 ที่นั่ง ราคา 940 บาท
กินข้าว กินเหล้า นั่งคุย กินกาแฟ จนได้ที่ จึงไปบังกะโล เพื่ออาบน้ำไปงานกลางคืน เดี๊ยนนึกขึ้นมาได้ว่าควรไปดูน้องกระแต๋ ที่ร้านเสริมสวยซะหน่อย แต่เมื่อไปถึงคุณช่างโจ ก็ได้แต่งหน้าอีเจ้าสาวไปแล้วอย่างงดงาม เดี๊ยนกับน้องตาจึงนอนหลับยาว บนพื้นร้านเสริมสวยอย่างสบายใจ
คู่บ่าวสาว แต่งตัวไปถึงที่เกิดเหตุ เอ๊ย..ที่จัดงาน หอประชุมของโดรงเรียนประจำอำเภอ ในเวลา 4โมงเย็น นิดๆ
แดดยังส่องดอกไม้เหี่ยวอยู่เลย
แต่เพื่อประโยชน์ทางด้านความมั่นคง จำเป็นต้องเริ่มงานเร็วขึ้น เพื่อจะได้ไม่เลิกดึกเกินไป และชาวเราก็ตกลงที่จะเดินทางกลับปัตตาเวียในคืนนั้น ประมาณ 2ทุ่มกว่าๆ เพื่อประโยชน์ทางด้านความมั่นคงของจิตใจเราเอง
เมื่อแขกเริ่มทะยอยมา จึงได้เกิดมติขึ้นว่าจะต้องมีเด็กเดินโต๊ะเพื่อไปส่งให้แขกนั่งเต็มในทุกโต๊ะ หน้าที่นี้เหมาะสมกับบุรุษ 3ท่านเป็นอย่างยิ่งคือ เจี๊ยบ ปั๊ม และโจ (ซึ่งถอดคราบโจรออกแล้วด้วยการโกนหนวดเครา) ส่วนเดี๊ยนนั้นก็อดสาระแน ที่จะไปเช็คคิวกะคุณพิธีกรว่าช่วงไหนจะเป็นอย่างไร เพื่อประโยชน์ในการหาทางหนีทีไล่
เราได้รับทราบข่าวดีจากคุณพ่อเจ้าสาวว่าคืนนี้จะมีรถตำรวจ191 นำขบวนรถที่จะออกจากงานไปเพื่อความปลอดภัย หลังจากสำรวจแล้วว่าจะมีคณะปัตตาเวีย และลูกค้าประมาณ 4 คัน /คณะสงขลา 1 คัน / คณะคุณป้าจังหวัดตรังอีก2คัน จะออกเดินทางกลับพร้อมๆกัน ซึ่งเวลา น่าจะอยู่ที่ประมาณ 20.30 น.
***งานแต่งจะเป็นอย่างไร สถานการณ์จะเลวร้ายหรือไม่ การเดินทางในดินแดนคุกรุ่นยามวิกาล จะตื่นเต้นเพียงใด
โปรดติดตามต่อ ตอนหน้า****
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
2 ความคิดเห็น:
อยากรู้จังว่า พิธีแต่งงานอย่างที่รู้กันเนี่ย คุณคนเขียนรู้ดีหรือยัง เอ หรือว่ามีประสบการณ์งานนี้แล้ว
แสดงความคิดเห็น